Web Hosting มีกี่แบบ เลือกอย่างไรดี

Web Hosting มีกี่แบบ เลือกอย่างไรดี

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ จำเป็นต้องมีการเช่าพื้นที่ในการบริหารจัดการ ที่ต้องมีผู้ดูแลงานพื้นฐานหรือที่เรียกว่า งานหลังบ้าน ทั้งในส่วนการจัดวางระบบการซื้อขาย การเรียงหมวดหมู่แคตาล็อกสินค้า อีเมลระหว่างการซื้อขาย ระบบความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับ ฯลฯ ซึ่งบริษัทเอกชนที่เปิดให้บริการนี้ จะถูกเรียกว่า Web Hosting นั่นเอง

เราสามารถแบ่ง Web Hosting ออกได้เป็น 3 แบบใหญ่ คือ

1. แบบ Shared Web Hosting

เป็นแบบที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ผู้ประกอบการเว็บไซต์ออนไลน์แต่ละบริษัท จะฝากไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ไว้ใน Server เดียวกัน เป็นการแบ่งปันทรัพยากร ซึ่งทำให้รองรับได้เฉพาะระบบการซื้อขายที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีการออกแบบโปรแกรมเสริมเติมนอกจากที่ Hosting กำหนด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองทำธุรกิจเปิดใหม่ ในระยะแรก หรือที่เรียกว่า ระยะทดลองตลาด ที่ไม่ต้องการลงทุนสูงมากเกินไป หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่เว็บไซต์ เพื่อการโฆษณาเสริมความเชื่อมั่นของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยที่มีหน้าร้านหลักแบบ Offline คอยให้บริการอยู่แล้ว

2. แบบ VPS Hosting หรือ Virtual Private Server Hosting

Hosting จะใช้ Server ที่มีประสิทธิภาพสูงมารองรับผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ โดยจะมีอุปกรณ์ด้านคอมพิวเตอร์และ Software ที่ทำงานได้อย่างซับซ้อนยิ่งขึ้น ทำให้มีระบบการสำรองข้อมูล เสริมความรวดเร็ว ป้องกันการชะงักของธุรกิจได้ Hosting ที่ให้บริการแบบนี้ จึงคิดอัตราค่าบริการที่แพงกว่าแบบแรก เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการความรวดเร็วในการส่งผ่านข้อมูลแก่ลูกค้า

เพราะมีการวิจัยว่า หากลูกค้าใช้เวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลนานกว่า 5 วินาที มักจะปิดเพจแล้วก็ไปเลือกใช้บริการของเว็บไซต์อื่นแทน ดังนั้นธุรกิจที่คาดหวังความสำเร็จสูง จึงนิยมใช้ VPS Hosting

3. แบบ Dedicated Hosting

เป็นการให้บริการ Server ที่เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ รองรับผู้ใช้งานหรือลูกค้าจำนวนมากในเวลาเดียวกัน เช่น มีสาขาทั่วประเทศ หรือเป็นโรงแรมชั้นนำ ที่ต้องการระบบรักษาความลับของลูกค้าเป็นเลิศ รวมถึง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีการเก็บข้อมูลด้านสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ต้องการป้องกันผู้เจาะระบบมาโจรกรรมข้อมูล ฯลฯเราสามารถแบ่ง Web Hosting ออกได้เป็น 3 แบบใหญ่

ผู้ให้บริการ Hosting รูปแบบนี้ จึงมีการตั้งราคาค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และผู้ประกอบการเว็บไซต์ มักต้องจ้างทีมผู้บริหารเว็บไซต์มืออาชีพมาดูแลตลอดเวลา เพื่อความคล่องตัวในการบริหารเว็บไซต์และเพื่อลดความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหลด้วย

การเลือก Web Hosting ที่เหมาะสมกับธุรกิจ จะช่วยในการควบคุมต้นทุนในการประกอบธุรกิจได้ ขณะเดียวกันก็มีอิทธิพลต่อการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ด้วย

ผู้ประกอบการทั่วไปที่เริ่มทำเว็บไซต์ออนไลน์ใหม่ ๆ ควรเริ่มจากประเภท Shared Web Hosting หลังจากธุรกิจมีการเติบโตขึ้นจนเกินกว่าศักยภาพของ Server ที่ใช้อยู่จะตอบโจทย์ได้ ก็สามารถเปลี่ยนแปลง Hosting ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่แต่ละบริษัทผู้ให้บริการกำหนดไว้