ทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้ว่า Hosting แต่ละแบบไม่เหมือนกัน

Hosting แต่ละแบบไม่เหมือนกัน

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ทุกธุรกิจ ต้องมีการเช่าพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและสำรองข้อมูลไว้ในระบบ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลและเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวทั้งของบริษัทและลูกค้า ผู้ที่จะเปิดกิจการเว็บไซต์ออนไลน์จึงต้องใช้บริการ Hosting ที่มีคุณภาพ โดยเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจ

Shared Hosting – บริษัทผู้ให้บริการจะมีการเก็บข้อมูลหลาย ๆ เว็บไซต์ของลูกค้าที่ใช้บริการไว้ในที่เดียวกัน จึงมีโอกาสถูกแย่งทรัพยากรไอที ด้านหน่วยความจำและการประมวลผลกันได้มากที่สุด จึงไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ แต่นับว่า Shared Hosting เหมาะมาก สำหรับผู้ที่เรียนรู้การทำเว็บไซต์มือใหม่ โดยเฉพาะในปี 2020 ที่ทุกคนต้องการเริ่มธุรกิจออนไลน์บนความเสี่ยงที่ต่ำที่สุด จะเสียค่าใช้จ่ายที่หลักร้อยบาทต่อเดือนเท่านั้น

VPS Hosting – จะมีการเก็บข้อมูลให้เป็นเอกเทศมากยิ่งขึ้น VPS Hosting มีช่องแบนด์วิธที่กว้างขึ้นกว่าแบบแรก ป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งทรัพยากรระหว่างเว็บไซต์ แต่ก็ยังมีข้อเสีย คือ อาจมีบางช่วงเวลาที่การดาวน์โหลดข้อมูลช้าลงได้บ้างเช่นกัน และระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลยังไม่แน่นหนามากนัก จึงไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวลูกค้าจำนวนมาก Hosting แบบนี้ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่เดือนละประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาท

Dedicated server – จะเก็บข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์เป็นเอกเทศเฉพาะ 100% มีการกำหนดตั้งค่าต่าง ๆ ที่เฉพาะตัวตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย มีเจ้าหน้าที่เทคนิคคอยดูแลบริหารงานหลังบ้านให้เป็นพิเศษอีกด้วย จึงเหมาะกับธุรกิจขนาดกลาง เช่น สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า ของใช้ไอที อาหารเสริม สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ

Cloud Hosting – เป็นแบบที่เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น การโรงแรม ทัวร์ต่างประเทศ ร้านค้าขายอาหารที่มีเฟรนไชส์ทั่วประเทศ ฯลฯ Cloud Hosting จะใช้ Server มากกว่าหนึ่งเครื่องมาเชื่อมต่อกัน เพื่อทำให้ระบบประมวลผลทำงานได้รวดเร็วที่สุด เรียกดูข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง การที่มีข้อมูลในระบบมากและมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด จึงมีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่สูงกว่าแบบอื่นตามไปด้วย

การเลือกประเภท Hosting ที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้การทำธุรกิจออนไลน์ราบรื่น สร้างความประทับใจให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ และไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกโจรกรรมข้อมูล อย่างไรก็ตาม หากเปิดใช้งานเว็บไซต์ธุรกิจไปแล้วสักระยะหนึ่ง หากเห็นว่า Hosting ที่ใช้บริการอยู่ไม่ตอบโจทย์ ก็สามารถขออัปเกรดหรือย้ายออกได้ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

เราหวังว่าบทความนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจการทำเว็บไซต์ออนไลน์มือใหม่ เพื่อการเลือก Hosting ที่เหมาะสม ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนแรก ๆ ของการทำเว็บไซต์ออนไลน์ที่มีคุณภาพในระยะยาวด้วย