Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ควรรู้

Hosting สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่

การเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เป็นช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มรายได้และขยายแบรนด์ร้านค้าหรือองค์กรให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวลารวดเร็วได้

ทั้งนี้ผู้ที่อยากทำเว็บไซต์ควรรู้จักกับคำว่า hosting ซึ่งเปรียบเทียบได้กับพื้นที่ให้เช่าเพื่อการขายสินค้าในตลาดนัด ซึ่งในโลกออนไลน์มีบริษัทเอกชนพร้อมให้บริการอยู่หลากหลายประเภท มีการดูแล Server และระบบปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูล การซื้อขาย การอัปโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของแต่ละเว็บไซต์เป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

Hosting สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. Shared Hosting

เป็นแบบที่เหมาะกับเว็บไซต์ทั่วไป เช่น เว็บไซต์ขายของออนไลน์ในระยะเริ่มต้น เว็บไซต์เพื่อการโปรโมทโรงแรมที่พักอาศัย ซึ่งจะมีการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันระหว่างเว็บไซต์ออนไลน์หลายๆเจ้า อาจมีช่วงเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลนานถ้ามีผู้ใช้บริการพร้อมกันมาก ๆ แต่ก็นับว่าเป็น hosting ที่ราคาประหยัดที่สุด

2. VPS Hosting

เหมาะกับร้านค้าธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการบริการเสริม เช่น การติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อการบริหารจัดการเว็บไซต์เพิ่มเติมได้หลากหลายกว่าแบบ shared hosting มีการขยาย Bandwidth เพิ่มจึงลดปัญหาเว็บไซต์ล่มจากการแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ด้วย

3. Dedicated server

Hosting แบบนี้จะมีการจัดการพื้นที่ Server สำหรับแต่ละเว็บไซต์แยกจากกัน โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญเชิงระบบช่วยดูแลอยู่ตลอดเวลา เหมาะกับบริษัทองค์กรที่มีขนาดใหญ่ที่ต้องการรักษาความลับของบริษัทและลูกค้าสูง เน้นความเสถียรในการใช้งานและไม่ต้องการเปลี่ยน hosting บ่อย ๆ

4. Reseller Hosting

เป็นช่องทางการต่อยอดรายได้ สำหรับให้ผู้ที่เช่าทำเว็บไซต์ไป ปรับแต่งพื้นที่เพื่อการปล่อยเช่าต่อ เปรียบได้กับการเป็นพ่อค้าคนกลางในโลกออนไลน์ ที่สามารถสร้างรายได้จากพื้นที่จัดสรร ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีธุรกิจหลากหลายแบบที่ต้องการแยกเว็บไซต์แต่ละประเภทออกจากกัน แต่สามารถที่จะดูแลได้ง่ายอย่างเป็นระบบเดียวกันในทุกเว็บไซต์ เช่น เว็บขายสินค้าเพื่อสุขภาพ โรงแรม อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น

ทั้งนี้ กูรูด้านการตลาดแนะนำว่า การเลือก hosting ต้องรีวิวความน่าเชื่อถือจากลูกค้ารายก่อน ๆ และเช็คว่าเป็นบริษัทที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนค่าใช้จ่ายของการเช่า hosting ไม่ควรเกิน 1,500 บาทในแต่ละเดือน ทั้งยังต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดกิจการที่ทำ หากเลือกแบบที่มีค่าใช้จ่ายสูง ก็จะทำให้คุณมีต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นภาระในระยะยาวด้วย

จะเห็นได้ว่าการเลือก hosting เป็นสิ่งที่ผู้ทำเว็บไซต์ต้องเรียนรู้และเลือกให้เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้อาจเลือกแบบพื้นฐานแล้วค่อยขยับตามค่าสถิติในการใช้งานที่เพิ่มขึ้น หรือเปลี่ยน hosting เมื่อมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ จะทำให้ลดความสิ้นเปลืองต้นทุนทางธุรกิจลงได้ในระยะยาวด้วย

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ควรรู้