ทำความรู้จัก Web Hosting พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ

ทำความรู้จัก Web Hosting พร้อมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ

สำหรับใครที่วางแผนทำเว็บไซต์ของตัวเองต้องทราบว่าการทำเว็บไซต์จำเป็นต้องมีเซิร์ฟเวอร์ แต่เพราะราคาเซิร์ฟเวอร์ที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งจำเป็นต้องใช้ความชำนาญจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการดูแลตลอดเวลาทำให้เกิดบริการ Web Hosting หรือบริการพื้นที่ให้เช่าสำหรับฝากข้อมูลเว็บไซต์เพื่อเป็นตัวช่วยแก่ผู้ต้องการทำเว็บไซต์โดยไม่ต้องการสร้างเซิร์ฟเวอร์ใหม่เอง

สำหรับนักทำเว็บไซต์มือใหม่ หากยังไม่รู้จักบริการนี้ ลองมาทำความรู้จักบริการ Web Hosting ให้มากขึ้น พร้อมเรื่องควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ

ทำความรู้จัก Web Hosting ตัวช่วยสำหรับคนทำเว็บไซต์

เพราะเว็บไซต์คือช่องทางออนไลน์ที่ต้องพร้อมให้ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งสิ่งนี้คือตัวช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา แต่เพราะการสร้างเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองใช้เงินลงทุนสูง แถมยังต้องมีเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคคอยดูแลตลอดเวลา นั่นจึงทำให้เกิดตัวช่วยดี ๆ อย่าง Web Hosting ซึ่งเจ้าสิ่งนี้ทำหน้าที่คล้ายคลังข้อมูลสำหรับเก็บภาพ ไฟล์ และข้อมูลต่าง ๆ ของเว็บไซต์เราเอาไว้ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ตลอดเวลา ที่สำคัญคือ ประหยัดกว่าการจัดหาและติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เองอย่างมาก

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ Web Hosting

-เลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Web Hosting โดยเฉพาะ
ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Web Hosting และไม่ได้มีเพียงบริษัทจากต่างประเทศเท่านั้น เพราะในประเทศไทยก็มีตัวเลือกอยู่ไม่น้อย อีกทั้ง Web Hosting เป็นบริการเฉพาะด้าน จึงควรเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ เหตุผลที่ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์และมีบริการทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เพราะหากเกิดปัญหาการใช้งานขึ้นมาเมื่อใด อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการสามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที

-Web Hosting คุณภาพ เพื่อการใช้งานเสถียร ไม่ล่ม
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์บ่อย ๆ นอกจากเป็นเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานแล้ว การเข้าใช้งานยังต้องรวดเร็ว เว็บไซต์เสถียร ไม่ล่มบ่อย ๆ ดังนั้น เมื่อตัดสินใจเลือกใช้บริการเจ้าไหนแล้วควรสังเกตประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์เสมอ

-เลือกใช้ Web Hosting ที่ตอบโจทย์ความต้องการ
นอกจากบริษัท Web Hosting จะมีให้เลือกหลายเจ้าแล้ว ประเภท Web Hosting ยังมีให้เลือกหลายรูปแบบเช่นกัน โดยควรพิจารณาจากฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ โดยหากเป็นเว็บไซต์น้องใหม่ที่มีผู้เข้าใช้งานต่อเดือนไม่มากนัก ก็สามารถเลือกฟีเจอร์ธรรมดาเพื่อทดลองใช้งานดูก่อน แต่หากเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าใช้งานหลักแสนคนต่อเดือน ก็ต้องเลือกแบบ VPS หรือ Dedicated Server เพื่อการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากและสามารถเพิ่มเติมลูกเล่นต่าง ๆ ให้แก่เว็บไซต์ได้อีกด้วย

เพราะเว็บไซต์ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่การตลาดออนไลน์เป็นที่นิยม การออกแบบเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ เข้าสู่เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและไม่ล่ม ย่อมมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจใช้บริการ Web Hosting เจ้าใดก็ตาม อย่าลืมพิจารณาให้ถี่ถ้วนและทำความเข้าใจตรงกันกับผู้ให้บริการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

2 ประเภทหลักของ Web Hosting ใช้งานต่างกันอย่างไร

2 ประเภทหลักของ Web Hosting ใช้งานต่างกันอย่างไร

หากเราไม่ได้คลุกคลีอยู่กับโลกออนไลน์หรือมีธุรกิจที่พึ่งพาการตลาดออนไลน์แล้วละก็ คำว่า เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) อาจจะเป็นคำที่ไกลตัวและค่อนข้างที่จะห่างไกลจากพื้นฐานความเข้าใจไปสักหน่อย แต่หากคุณมีความเชื่อว่าชีวิตคือการเรียนรู้แล้วละก็ ควรที่จะรู้จัก Web Hosting เอาไว้ เพราะโลกเรากำลังก้าวสู่ยุคของเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านระบบดิจิทัล และการทำธุรกิจ ธุรกรรมแบบออนไลน์อย่างเต็มระบบมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราไปทำความรู้จักเว็บโฮสติ้งกันสักนิดว่ามีกี่ประเภท และมีการใช้งานแตกต่างกันอย่างไร

Web Hosting ที่ว่านี้เป็นบริการให้เช่าพื้นที่สำหรับการใช้งานในอินเทอร์เน็ต โดยลูกค้าจะนำไฟล์เว็บไซต์เข้ามาฝากไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ของผู้ให้บริการ โดย Server ดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่เชื่อมต่อ Internet ความเร็วสูง คอยทำหน้าที่ประสานระบบการทำงานให้ลูกค้าดำเนินการปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนแปลงไฟล์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์เพื่อการใช้งานให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าหรือผู้ที่เข้าชมสินค้าภายในเว็บไซต์ด้วยระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง

Web Hosting ถูกจำแนกประเภทออกเป็น 2 ประเภทตามหน้าที่การใช้งานดังนี้

1.ไพรเวทโฮสติ้ง (Private Hosting) เป็นบริการให้เช่าใช้งานเว็บโฮสติ้งในรูปแบบเฉพาะส่วนตัว อธิบายง่าย ๆ คือการเปิดใช้งานเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นส่วนตัว ไม่ใช้งานร่วมกับเว็บไซต์ของหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆ ซึ่งส่งให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าแบบแชร์ (Shared) โดยมีข้อดีในแบบของ Private เว็บไซต์ ดังนี้

  • 1.1 ผู้รับบริการสามารถปรับแก้และพัฒนารูปแบบฟังก์ชันการทำงานให้มีความเสถียรสูงและเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีการบริหารจัดการทรัพยากรในระบบให้ลูกค้าเฉพาะรายได้อย่างชัดเจน ขจัดปัญหาเว็บไซต์โหลดช้าและปัญหาหน่วยความจำชั่วคราว (RAM) ไม่เพียงพอ
  • 1.2 โฮสติ้งแบบนี้ มีการ แยก IP Address เป็นของตัวเอง ทำให้การโหลดข้อมูลและประมวลผลทำได้อย่างรวดเร็ว จึงเหมาะกับการทำงานสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจแบบ E-commerce ที่มีการจำหน่ายขายสินค้าออนไลน์ ประกอบการไลฟ์สด ซึ่งมีผู้ชมและผู้เข้าใช้งานเป็นจำนวนมาก
  • 1.3 การทำงานความเสถียรสูง และสามารถเลือกระบบ OS ได้ตามความต้องการของลูกค้า

2.แชร์โฮสติ้ง (Shared Hosting) เป็นการให้บริการที่ต่างจากไพรเวทโฮสติ้ง เพราะเป็นการนำเซิร์ฟเวอร์มาแชร์ให้แก่ลูกค้าที่ใช้งานโฮสติ้งแบบฝากไฟล์เว็บไซต์ให้ทำงานร่วมกันบนระบบเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน สำหรับข้อดีของการให้บริการแชร์โฮสติ้ง มีดังนี้

  • 2.1 ค่าบริการจะถูกกว่าไพรเวทโฮสติ้ง เหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่ยังไม่มีงบประมาณเพียงพอหรือยังไม่มีความจำเป็นที่จะลงทุนเช่าเซิร์ฟเวอร์แบบส่วนตัว
  • 2.2 เว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับการใช้งานแบบแชร์โฮสติ้ง ได้แก่ เว็บไซต์ต่าง ๆ ตามปกติทั่วไปที่ไม่มีความซับซ้อนหรือมีระบบการซื้อขายจำหน่ายสินค้า เป็นการโชว์ข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลทั่วไปของบริษัทเท่านั้น
  • 2.3 ครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ที่จำเป็นตามมาตรฐาน มีผู้ดูแลระบบให้ ไม่ต้องปรับแต่งเซิร์ฟเวอร์เอง

การเลือกใช้ Web Hosting นั้นไม่ยาก โดยให้ดูจากความต้องการของธุรกิจ เช่น จะมีกี่โดเมนเนม ใช้กี่ฐานข้อมูล ผู้ชมอยู่ประเทศไหน ต้องการความเร็วและบริการอย่างไร ก็จะทำให้สามารถเลือกแพ็กเกจที่คุ้มค่ามากที่สุดได้ เพราะต้องใช้บริการต่อเนื่องกันอย่างน้อยก็หลายเดือนถึงหลายปี ทั้งนี้หากไม่พอใจในบริการ ก็สามารถแจ้งย้ายไปที่ใหม่ได้ ตามเงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการ Web Hosting

Hosting เป็นสิ่งสำคัญที่ควรศึกษาก่อนทำเว็บไซต์

Hosting เป็นสิ่งสำคัญที่ควรศึกษาก่อนทำเว็บไซต์

เว็บไซต์เปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีหน้าแรกของเว็บไซต์เป็นปกหนังสือ และสามารถคลิกเข้าชมรายละเอียดของเว็บไซต์ตามหมวดหมู่ในแถบเมนูนำทางที่เหมือนเป็นสารบัญของหนังสือ ตัวเว็บไซต์ประกอบไปด้วยข้อมูล ข้อความ กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว และเสียง ซึ่งสามารถเข้าถึงโดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ตด้วยการระบุชื่อ URL เว็บไซต์โดยตรง หรือผ่านการค้นหาทางเสิร์ชเอ็นจิ้น เช่น Google, Bing เป็นต้น

หากเราจะมีเว็บไซต์ธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ต้องอาศัยระบบรับฝากเว็บไซต์ไว้กับผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์บนอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า Hosting ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ในขณะที่อีกหลายคนกำลังทำความรู้จักและใช้ประโยชน์จากมัน แล้วโฮสติ้งที่ว่านี้คืออะไร สำคัญต่อการทำเว็บไซต์มากน้อยแค่ไหน ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จัก Hosting กันให้มากขึ้น โดยเฉพาะหากใครกำลังจะทำหรือจ้างทำเว็บไซต์ ต้องศึกษาเรื่อง Hosting ให้เข้าใจก่อนเสมอ

การทำเว็บไซต์เพื่อธุรกิจ หน้าที่สำคัญคือการให้บริการข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับสินค้า ทั้งการค้นคว้าข้อมูลเพื่อศึกษาและหรือเพื่อประกอบการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า ดังนั้นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลแบบออนไลน์ให้ลูกค้าเข้ามาติดตามข่าวสารหรือดาวน์โหลดข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตคือการสร้างเว็บไซด์ และอัปโหลดไฟล์ข้อมูลเข้ามาที่ระบบให้บริการฝากพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งเรารู้จักกันในชื่อ เว็บโฮสติ้ง เป็นระบบที่มีการติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Web Server, FTP, Database, DNS, E-mail, Subdomain ให้บริการด้วยค่าเช่ารายปีที่แตกต่างกันไป

ข้อดีของระบบ Hosting มีหลายประการ ได้แก่

1.การใช้งานที่ง่ายและสะดวก โดยผู้ใช้บริการสามารถอัปโหลดเว็บไซต์ของตนเองเข้ามาวางในระบบและกดติดตั้งการทำงาน เหมือนเป็นการฝากเว็บไซต์ไว้กับผู้ให้บริการเซิฟเวอร์ เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ของตนเองนั้นออนไลน์พร้อมให้บริการอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชม.

2.ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า การเช่าบริการ Web Server เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ส่วนใหญ่ตัดสินใจใช้บริการ Web Hosting มากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาใช้บริการ Web Hosting มาประกอบการตัดสินใจดังนี้

1.ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งต้องมีความชำนาญและเชี่ยวชาญในด้านเว็บโฮสติ้งประเภทต่าง ๆ พร้อมทั้งมีประสบการณ์ในการดูแลเซิร์ฟเวอร์และคอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่ผู้ใช้พบเจอได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

2.เซิร์ฟเวอร์รองรับการประมวลผลที่รวดเร็ว ฉับไว และมีประสิทธิภาพ เพื่อการเข้าเว็บไซต์ Uptime เกิน 99.9% ไม่ใช้ PC มาแอบอ้าง

3.เซิร์ฟเวอร์ควรตั้งอยู่ใน Data Center ที่ทำงานเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลกด้วยความเร็วสูงสุดตลอด 24 ชม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่คอยควบคุมความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าของเว็บไซต์

จากข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้จะเห็นได้ว่า Hosting เป็นองค์ประกอบสำคัญของการเผยแพร่เว็บไซต์ในระบบโลกออนไลน์ เพราะช่วยในการเก็บข้อมูลสำคัญและเข้าถึงได้จากทุกมุมโลก ช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างคล่องตัวและผู้ชมเว็บไซต์ได้รับประสบการณ์ที่ดี ทั้งความเร็วในการรับชมและความปลอดภัยต่อข้อมูลส่วนบุคคล

Hosting คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร ใครที่ควรใช้ Hosting

Hosting คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร ใครที่ควรใช้ Hosting

เมื่อได้เห็นคำว่า Web Hosting หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำนี้เป็นอย่างดี แต่อีกหลายคนอาจจะยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหม่และยังไม่เข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้ว Hosting นี้คืออะไรกันแน่ และมีความสำคัญอย่างไร วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังแบบภาษาง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำความเข้าใจได้ และสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลของ Web Hosting ก็จะได้รู้ว่าควรจะเลือก Web Hosting ไหนดีให้เหมาะกับการใช้งานของตัวคุณเอง อย่ารอช้ามาเริ่มทำความรู้จักกับ Hosting และ Web Hosting แบบเจาะลึกกันดีกว่า

Hosting และ Web Hosting คืออะไร

ก่อนจะรู้ถึงความหมายของ Web hosting เรามาทำความรู้จักกับคำว่า Hosting กันก่อน

Hosting คือพื้นที่สำหรับฝากไฟล์ข้อมูลเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ของเรามีการออนไลน์บนโลกอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการที่เราค้นหาข้อมูลบางอย่างใน Google แล้วมีชื่อเว็บไซต์ต่าง ๆ ขึ้นมาบนหน้าจอตามคำที่เราค้นหานั้น เกิดจากการที่เจ้าของเว็บไซต์ เขาเอาไฟล์ข้อมูลเว็บไซต์ของเขาไปฝากไว้ในพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ข้อมูลเพื่อให้มีการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง หากไม่มีการฝากไฟล์ข้อมูลไว้ การที่จะให้เว็บไซต์เรามีคนเห็นตลอดเวลานั้น เราจะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี server รันเพื่อรองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจะขัดข้องหรือจะหยุดการทำงานไม่ได้เลย ซึ่งการจะหาคอมพิวเตอร์ที่ทนทาน และถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ทนขนาดนั้นก็มีราคาที่แพงมาก ทั้งการติดตั้งรวมถึงระบบจัดการและการดูแลก็ยุ่งยาก จึงทำให้เกิดผู้ให้บริการรับให้เช่าพื้นที่เก็บไฟล์ของเว็บไซต์ขึ้นมา ซึ่งเรียกเขาว่า Web hosting เพื่อทำหน้าที่รับฝากไฟล์ข้อมูลเว็บไซต์ และดูแลความเรียบร้อยของไฟล์ข้อมูลในหน้าเว็บนั่นเอง

ประเภทของ Hosting

Hosting นั้นเปรียบเหมือนกับห้องเช่า สำหรับไว้เก็บไฟล์ข้อมูลเว็บไซต์ ซึ่งไฟล์ข้อมูลเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ก็มีทั้งขนาดไฟล์ที่ต่างกันเล็กบ้างใหญ่บ้าง อีกทั้งจำนวนฐานข้อมูล ความสามารถในการรองรับจำนวนผู้ใช้งาน และปริมาณการถ่ายโอนไฟล์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลไม่เท่ากัน หากแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ แล้ว hosting สามารถจำแนกออกได้ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  • Shared host เป็น Hosting ที่มีพื้นที่เล็กที่สุด มีราคาค่าเช่าพื้นที่ถูกที่สุด เปรียบเทียบได้กับห้องเช่าที่มีแต่ห้องนอนแยกให้ แต่ใช้ห้องน้ำรวม เป็นต้น หากข้อมูลเว็บไซต์ไม่มาก หรือเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ก็ใช้บริการ Hosting กลุ่มนี้ไปก่อนได้
  • VPS เป็น Hosting ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่มากขึ้น และมีสเปกของเทคนิคที่สูงกว่า shared host เปรียบเหมือนเช่าคอนโดอยู่ ที่มีห้องน้ำและห้องครัวในตัว แต่ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับคนอื่นอยู่ เป็นต้น และราคาก็สูงขึ้นตามสเปกเทคนิคที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
  • Dedicated เป็น Hosting ที่สามารถรองรับการเข้าชมเว็บไซต์ในจำนวนที่มากถึงมากที่สุด การถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งราคาค่าเช่าก็จะแพงมากขึ้น โดยเฉลี่ยตกเดือนละ 3-4 พันบาท และบางเจ้าอาจสูงถึง 10,000 บาท / เดือนก็มี

สำหรับใครที่กำลังทำเว็บไซต์ และยังไม่รู้ว่าจะเลือก Hosting ประเภทไหน ให้เหมาะกับเว็บไซต์ของเราก็เริ่มต้นด้วย Shared host ไปก่อนก็ได้ เพราะเรายังไม่ได้มีข้อมูลอะไรมาก เมื่อข้อมูลของเว็บไซต์มีมากขึ้นก็สามารถเปลี่ยนไปใช้แบบ VPS หรือ Dedicated ในภายหลังได้

การใช้บริการจาก Web hosting ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากมีเว็บไซต์ของตัวเองแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็สามารถให้ Web hosting จัดการได้ การที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเว็บไซต์เราได้ตลอดเวลา นอกจากจะช่วยให้ธุรกิจสามารถออนไลน์ได้ตลอดเวลาแล้ว ยังช่วยสร้างโอกาสเพิ่มยอดขาย และสร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือด้วย

Web Hosting และ ชื่อ Domain สำคัญกับเว็บไซต์อย่างไร

Web Hosting และ ชื่อ Domain สำคัญกับเว็บไซต์อย่างไร

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ขายของในปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก เพราะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จึงทำให้มีนักธุรกิจมากมายตัดสินใจเปิดเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อรอรับคำสั่งซื้อสินค้าจากทั่วโลกได้อย่างสะดวก ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ การเลือกบริษัท Web Hosting และชื่อ Domain ที่มีคุณภาพ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ความสำคัญของ web hosting

การจะมีพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ได้นั้น คุณจำเป็นจะต้องขอเช่าพื้นที่เหล่านี้จากผู้ให้บริการ web hosting ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนมีให้เลือกหลายร้อยแห่งทั่วโลก การทำเว็บไซต์ออนไลน์ขายสินค้าใด ๆ จึงต้องเลือกผู้ให้บริการ web hosting ที่เหมาะสม ทั้งด้านคุณภาพ ราคาและบริการของเจ้าหน้าที่ เพราะจะช่วยให้ธุรกิจของคุณนั้นราบรื่นได้

หากคุณไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายสูง เพราะธุรกิจอยู่ในระยะแรกเริ่ม คุณสามารถเลือกใช้ web hosting ในราคาประหยัดหรือแพ็กเกจระดับเบื้องต้น ที่เสียค่าใช้จ่ายรายปีไม่เกิน 500 บาท แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงเกิดปัญหาในการใช้งานได้ง่าย เช่น เว็บไซต์ไม่เสถียร มีปัญหาเว็บไซต์ล่มง่าย การเข้าถึงข้อมูลอาจล่าช้าในบางช่วงเวลา เพราะเป็นระบบ shared hosting ซึ่งในช่วงเวลา 18:00 น ถึง 21:00 น. โดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์นั้น จะมีลูกค้าจากหลายบริษัทที่ใช้ทรัพยากรของ hosting ร่วมกัน จึงส่งผลต่อหน่วยความจำและความเร็วของทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้

ส่วนผู้ที่ทำเว็บไซต์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แนะนำให้ใช้บริการผ่านระบบ Cloud hosting ซึ่งจะมีความรวดเร็วในการเชื่อมโยงข้อมูลสูง มีระบบเก็บความลับของบริษัทและลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของบัตรเครดิตที่จำเป็นต้องใส่ใจมากขึ้น หากคุณเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจด้านการเงิน การให้เช่าซื้อสินทรัพย์ การโรงแรม ฯลฯ ซึ่งคุ้มค่ากับการจ่ายค่าบริการมากกว่าหมื่นบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจของ hosting รวมถึงการย้ายไปยังผู้ให้บริการรายใหม่นั้นสามารถทำได้ง่าย เพียงแต่ต้องศึกษาข้อมูลสเปกและค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วย

การเลือกชื่อ Domain

โดเมนคือชื่อเว็บไซต์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนหรือประเภทสินค้าที่จำหน่าย หากเปรียบเทียบกับบ้านที่อยู่อาศัย Domain ก็คือหมายเลขบ้านหรือชื่อนามสกุลของเจ้าของบ้าน ดังนั้นการตั้งชื่อโดเมนจะสื่อถึงกิจการที่คุณทำอยู่ได้ และควรตั้งเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล ไม่มีปัญหาการสะกดตัวอักษรหรือวรรณยุกต์ผิดพลาด ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้ เป็นชื่อที่สั้น จำง่าย ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำความยาวไม่เกิน 60 ตัวอักษรด้วย

จะเห็นได้ว่าการเลือก Hosting และชื่อโดเมนนั้นมีความสำคัญและต้องใส่ใจในรายละเอียด หากต้องการให้เว็บไซต์ออนไลน์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่ม ก็ต้องใส่ใจตั้งแต่ชื่อโดเมน และต้องเลือก Web Hosting ที่ดีเพื่อสร้างความประทับใจในการใช้งาน อันจะส่งผลให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

เรื่อง hosting ที่คนทำธุรกิจออนไลน์ควรรู้

เรื่อง hosting ที่คนทำธุรกิจออนไลน์ควรรู้

การบริการ hosting ถือว่าเป็นธุรกิจเอกชนที่มีให้เลือกมากขึ้น เนื่องจากการทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นในระยะหลัง สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือตลอด 24 ชั่วโมง การเลือก hosting เพื่อธุรกิจออนไลน์จึงจำเป็นต้องทราบในประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.ธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ ควรเลือกระบบ cloud มากกว่า share hosting
การสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ควรเน้นความรวดเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสินค้าด้วยระบบอีคอมเมิร์ซที่ไม่สะดุด เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการสั่งสินค้าออนไลน์ หากเป็นธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ควรเลือก hosting ที่ใช้งานแบบ cloud server มากกว่า share เพราะจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลโดยการเก็บข้อมูลในหลาย ๆ แห่ง แทนการรวมข้อมูลในที่เดียว ซึ่งอาจมีการแย่งทรัพยากรคอมพิวเตอร์กันได้ในช่วงเวลาเร่งด่วน การใช้ระบบ cloud จะลดความเสี่ยงกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งใช้งานไม่ได้ ก็ยังสามารถที่จะส่งผ่านข้อมูลผ่าน Server อื่นได้แทนในทันที

2.เลือกคุณภาพ hosting มากกว่าราคา
แต่ละ hosting จะมีหลายแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ขนาดและประเภทธุรกิจต่างกัน มีการเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือนตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น ซึ่งควรพิจารณาให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์ ไม่เลือกเพียงราคาที่ประหยัด แต่ต้องพิจารณาจากความสามารถและประสบการณ์ของทีมงานในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การดูแลลูกค้าหลังการขาย การคิดค่าใช้จ่ายแฝงที่จะตามมาภายหลัง ฯลฯ ทั้งนี้ หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กน้องใหม่ สามารถเลือกแพ็กเกจขนาดเล็กก่อนได้ แล้วเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นค่อยปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมต่อไป

3.การใช้งาน wordpress
ในปัจจุบัน เว็บไซต์ส่วนใหญ่ทำงานด้วยระบบ wordpress ทำให้ใส่ข้อมูลเนื้อหา รูปภาพและคลิปวิดีโอลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมปรับแต่งได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิชาการแปลรหัสคอมพิวเตอร์ ดังนั้น หากคุณเป็นนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ ควรสอบถามผู้ให้บริการ hosting ว่ามีบริการ wordpress รูปแบบใด มีช่องทางให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่สะดวกรวดเร็วหรือไม่ด้วย

4.ระบบรักษาความปลอดภัย
การรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ หากเว็บไซต์ของคุณมีการติดไวรัสหรือมัลแวร์ ก็จะส่งผลให้ข้อมูลลูกค้าเสียหายหรือถูกจารกรรมข้อมูล และอาจรวมถึงข้อมูลสินค้าที่มีทั้งหมดสูญหาย ทำให้ลูกค้าไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ จนคุณต้องเสียลูกค้าไปให้แก่คู่แข่งรายอื่น นอกจากนี้ hosting ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต เลขประชาชนของลูกค้า และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจออนไลน์กลุ่มโรงแรมและบริษัทชั้นนำที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามากที่สุด หากคุณใส่ใจประเด็นนี้ ต้องสอบถามข้อมูลโดยละเอียดก่อนการตัดสินใจเลือกใช้บริการด้วย

การใช้บริการ hosting เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนการทำธุรกิจออนไลน์ เพราะสามารถส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตได้อย่างราบรื่น และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้ธุรกิจได้

ทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้ว่า Hosting แต่ละแบบไม่เหมือนกัน

Hosting แต่ละแบบไม่เหมือนกัน

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ทุกธุรกิจ ต้องมีการเช่าพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและสำรองข้อมูลไว้ในระบบ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลและเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวทั้งของบริษัทและลูกค้า ผู้ที่จะเปิดกิจการเว็บไซต์ออนไลน์จึงต้องใช้บริการ Hosting ที่มีคุณภาพ โดยเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจ

Shared Hosting – บริษัทผู้ให้บริการจะมีการเก็บข้อมูลหลาย ๆ เว็บไซต์ของลูกค้าที่ใช้บริการไว้ในที่เดียวกัน จึงมีโอกาสถูกแย่งทรัพยากรไอที ด้านหน่วยความจำและการประมวลผลกันได้มากที่สุด จึงไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ แต่นับว่า Shared Hosting เหมาะมาก สำหรับผู้ที่เรียนรู้การทำเว็บไซต์มือใหม่ โดยเฉพาะในปี 2020 ที่ทุกคนต้องการเริ่มธุรกิจออนไลน์บนความเสี่ยงที่ต่ำที่สุด จะเสียค่าใช้จ่ายที่หลักร้อยบาทต่อเดือนเท่านั้น

VPS Hosting – จะมีการเก็บข้อมูลให้เป็นเอกเทศมากยิ่งขึ้น VPS Hosting มีช่องแบนด์วิธที่กว้างขึ้นกว่าแบบแรก ป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งทรัพยากรระหว่างเว็บไซต์ แต่ก็ยังมีข้อเสีย คือ อาจมีบางช่วงเวลาที่การดาวน์โหลดข้อมูลช้าลงได้บ้างเช่นกัน และระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลยังไม่แน่นหนามากนัก จึงไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวลูกค้าจำนวนมาก Hosting แบบนี้ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่เดือนละประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาท

Dedicated server – จะเก็บข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์เป็นเอกเทศเฉพาะ 100% มีการกำหนดตั้งค่าต่าง ๆ ที่เฉพาะตัวตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย มีเจ้าหน้าที่เทคนิคคอยดูแลบริหารงานหลังบ้านให้เป็นพิเศษอีกด้วย จึงเหมาะกับธุรกิจขนาดกลาง เช่น สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า ของใช้ไอที อาหารเสริม สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ

Cloud Hosting – เป็นแบบที่เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น การโรงแรม ทัวร์ต่างประเทศ ร้านค้าขายอาหารที่มีเฟรนไชส์ทั่วประเทศ ฯลฯ Cloud Hosting จะใช้ Server มากกว่าหนึ่งเครื่องมาเชื่อมต่อกัน เพื่อทำให้ระบบประมวลผลทำงานได้รวดเร็วที่สุด เรียกดูข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง การที่มีข้อมูลในระบบมากและมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด จึงมีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่สูงกว่าแบบอื่นตามไปด้วย

การเลือกประเภท Hosting ที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้การทำธุรกิจออนไลน์ราบรื่น สร้างความประทับใจให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ และไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกโจรกรรมข้อมูล อย่างไรก็ตาม หากเปิดใช้งานเว็บไซต์ธุรกิจไปแล้วสักระยะหนึ่ง หากเห็นว่า Hosting ที่ใช้บริการอยู่ไม่ตอบโจทย์ ก็สามารถขออัปเกรดหรือย้ายออกได้ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

เราหวังว่าบทความนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจการทำเว็บไซต์ออนไลน์มือใหม่ เพื่อการเลือก Hosting ที่เหมาะสม ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนแรก ๆ ของการทำเว็บไซต์ออนไลน์ที่มีคุณภาพในระยะยาวด้วย

4 ประเภท Hosting เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเว็บไซต์

รูปแบบของเว็บโฮสติ้งในปัจจุบัน 4 แบบ

หากคุณต้องการสร้างเว็บไซต์ สิ่งแรกที่ควรรับรู้ก่อน คือ การเลือกประเภท Hosting เพราะไม่ใช่ทุกประเภทที่จะรองรับการสร้างเว็บและสำหรับคนที่เริ่มต้นก็ไม่ควรลงทุนมากเกินความจำเป็น แต่เมื่อไหร่ที่มีความเชี่ยวชาญก็ค่อยอัปเกรดประเภท Hosting ที่มีราคาแพงขึ้นได้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 4 ประเภท Hosting มาแนะนำ จะได้เลือกให้เหมาะกับการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ดังต่อไปนี้

VPS Hosting (Virtual private server)

การเลือกใช้ Hosting ประเภทนี้ ลักษณะการใช้งาน คือ คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องสามารถแบ่งทรัพยากรย่อย ๆ ออกเป็นหลายส่วน โดยแต่ละส่วนก็จะลง Server Program แค่มีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ก็สามารถแชร์ไปยังคนอื่นได้ในแต่ละส่วนที่แยกออกจากกัน แต่อย่างไรก็ตามก็มีข้อดีคือ คุณสามารถรวมโปรแกรมในตัว Server Program ได้เอง ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีความเชี่ยวชาญค่อนข้างมากพอสมควร นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือ การใช้ VPS Hosting ทำให้คุณสร้างเว็บไซต์อย่างอิสระ และไม่ต้องแชร์ทรัพยากรกับเว็บไซต์อื่น ๆ เหมือนแบบ Shared Hosting

Shared Hosting

การใช้แบบ Shared Hosting คือ คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องโดยผู้ให้บริการจะทำการลง Server Program ให้ไว้แล้ว และจะมีการแบ่งย่อยอีกครั้งให้กับหลายคนได้ใช้กัน โดยที่คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องอาจจะมีหลายเว็บไซต์และมีหลาย User การใช้ Hosting ประเภทนี้ จะมีข้อดีคือ มีการตั้งค่าระบบมาเรียบร้อยแล้ว โดยที่คุณไม่ต้องตั้งค่าเองเพิ่มเติม จึงค่อนข้างจะให้ความสะดวกสบายและใช้ง่าย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดคือ ยังต้องแชร์ให้กับคนอื่นใช้ด้วย ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น ถ้ามีเว็บไซต์อื่นโหลดทรัพยากรหนัก ๆ ก็จะทำให้เว็บไซต์เราถูกผลกระทบไปด้วยนั่นเอง

Dedicated Hosting

การเลือกใช้ Dedicated Hosting เน้นการใช้ความเชี่ยวชาญค่อนข้างสูงพอสมควรที่จะลงโปรแกรมต่าง ๆ โดยคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องจะเป็น Server ของคุณเพียงคนเดียว ทำให้ได้ใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ Server นั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถือว่าเว็บไซต์จะดีกว่าสองประเภทดังกล่าวข้างต้น โฮสติ้งประเภทนี้มีราคาสูง เหมาะกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้จำนวนมากและต้องการความปลอดภัยสูง เช่น หน่วยงานรัฐ ธนาคาร บริษัทมหาชน เป็นต้น

Cloud Hosting

การเลือกใช้ Hosting 3 ประเภทที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น จะใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวในการประมวลผล การคำนวณหรือการเก็บรักษาข้อมูลซึ่งมีความแตกต่างกับการเลือกใช้ ประเภทที่ 4 Cloud Hosting ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์หลายตัวในการกระจายข้อมูล แล้วจะมีการประมวลผลข้อมูลร่วมกัน ซึ่งมีข้อดีอย่างมากมาย กล่าวคือ เมื่อมีการคำนวณ ถ้าคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเกิดดับไป คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นก็สามารถ Back up ข้อมูลและประมวลผลหรือแสดงผลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้โอกาสที่จะทำให้ Server หายไปแทบจะไม่มีเลย เว็บไซต์ที่ต้องรองรับทราฟฟิคมหาศาลอย่างแนวดูหนัง ข่าวบอล แนวๆนี้ควรใช้ Cloud เท่านั้น

เมื่อพิจารณา Hosting 4 ประเภท โดยเฉพาะกรณีที่ใครสร้างเว็บไซต์ WordPress แค่หนึ่งเว็บไซต์ ก็ไม่จำเป็นต้องเช่า Server ที่เปลืองค่าใช้จ่าย แนะนำให้เลือกประเภทที่ 1 VPS Hosting (Virtual private server) ก็เพียงพอแล้ว หรือถ้าต้องการประหยัดช่วงเริ่มต้นก็อาจเช่าแบบที่ 2 Shared Hosting ดูก่อน หากไม่รองรับก็สามารถอัปเกรดได้ง่าย เพียงติดต่อบริษัทผู้ให้บริการและจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมตามสัดส่วน

จะทำธุรกิจออนไลน์ต้องรู้จัก web hosting

จะทำธุรกิจออนไลน์ต้องรู้จัก web hosting

การจะทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องใส่ใจองค์ประกอบหลายอย่าง นอกจากตัวของสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการแล้ว ยังต้องขึ้นกับ web hosting ที่ใช้ส่งเสริมให้ลูกค้ามีความประทับใจในการใช้บริการจากเว็บไซต์ออนไลน์ยุคใหม่ด้วย

ในบทความนี้ เรามีข้อมูลพื้นฐานของ web hosting ที่คนทำเว็บไซต์ควรรู้จัก และเราจะมาดูกันว่า web hosting แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน

เลือก web hosting แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจ

Web hosting เป็นบริการของบริษัทเอกชน ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์และระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายสินค้าออนไลน์ คอยดูแลอยู่เบื้องหลัง โดยจะมีการคิดค่าใช้จ่ายบริการเป็นรายเดือนหรือรายปีแล้วแต่แพ็กเกจ ซึ่งจะทำให้ผู้เปิดเว็บไซต์ออนไลน์นั้นสามารถที่จะเช่าพื้นที่ในระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมกับเลือกวิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ของตัวเองได้ ซึ่งรวมไปถึงระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบ Email และและความคล่องตัวในการส่งผ่านข้อมูลของเว็บไซต์ด้วย

ผู้ที่จะทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ควรรู้จัก hosting อยู่ 2 ประเภทหลัก คือ shared hosting และ private hosting

Shared Hosting

เป็นการบริการทั่วไปของ web hosting ซึ่งเหมาะกับนักธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ไม่ต้องการลงทุนมาก หรืออาจต้องการทดลองตลาดสักระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้เป็น Private hosting ก็ได้ โดยที่เจ้าของธุรกิจจะจ่ายค่าบริการในราคาที่ประหยัด แต่ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบและใช้ทรัพยากรร่วมกันกับเว็บไซต์อื่น ๆ คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เอง อย่างระบบความจำ RAM และ ROM ของเครื่อง ทำให้ภาพรวมแล้วเป็นการลงทุนที่ต่ำเทียบกับการเรียนรู้ระบบต่าง ๆ ของการซื้อขายออนไลน์

แต่ต้องเจอกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อยก็คือ ปัญหาเว็บไซต์ล่ม เนื่องจากในบางช่วง เช่น 17.00 น. ถึง 21.00 น.เป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงานมักเข้ามาในเว็บไซต์พร้อม ๆ กันเพื่อช้อปปิ้งออนไลน์ นอกจากนี้ ยังอาจจะเสี่ยงต่อปัญหาการโจรกรรมข้อมูลได้ เพราะระบบความปลอดภัยจะต่ำกว่า Private hosting

Private Hosting

จะเป็นบริการแบบส่วนตัวเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการรักษาความลับของบริษัทตัวเอง และรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าให้มากที่สุด อาจมีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตหรือประวัติลูกค้าที่ไม่ต้องการให้เว็บไซต์อื่น ๆ ที่อาจจะเป็นของคู่แข่งนั้นเข้ามาดึงข้อมูลไปได้ แต่ก็จะมีราคาค่าบริการแพงกว่าแบบแรก

นอกจากนี้ หากเลือกใช้บริการ private hosting ก็จะไม่มีการแบ่งปันข้อมูลระบบความจำและทรัพยากรคอมพิวเตอร์กับเว็บไซต์อื่น ๆ จึงไม่มีปัญหาเว็บไซต์ล่มให้กังวลใจแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การเลือก web hosting สำคัญต่อธุรกิจของคุณอย่างมาก เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกท่านพิจารณาเลือกใช้บริการจาก Web hosting ที่มีคุณภาพและเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

เลือก web hosting แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจ

Hosting มีกี่แบบ สำคัญอย่างไรที่ต้องเลือก

Hosting มีกี่แบบ สำคัญอย่างไรที่ต้องเลือก

Hosting เป็นบริการเช่าพื้นที่เพื่อขายของหรือประชาสัมพันธ์บริการต่าง ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต พร้อมระบบบริหารจัดการที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปแล้ว Hosting มี 4 แบบ ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับธุรกิจแต่ละประเภท ผู้เป็นเจ้าของกิจการออนไลน์จึงควรรู้ถึงความแตกต่างและเลือกให้เหมาะสมกับแนวทางธุรกิจที่ทำมากที่สุด จึงงจะทำให้ตอบโจทย์ธุรกิจได้คุ้มค่า

บริการเว็บ Hosting แยกจุดเด่นตามประเภทต่าง ๆ ได้ ดังนี้

Shared Hosting

เป็น Hosting แบบพื้นฐานหรือขั้นมาตรฐานสำหรับเว็บไซต์ทั่วไปได้ทุกหมวดธุรกิจ ซึ่งจะมีราคาค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดต่อเดือน เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องการลดต้นทุนธุรกิจ แต่ก็ต้องเสี่ยงประสบปัญหาบางช่วง หากมีการแย่งชิงทรัพยากรส่วนกลางของระบบ server โดยมักเป็นช่วงเย็นที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงจากกลุ่มลูกค้าของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ใช้บริการของ Hosting รายเดียวกัน

VPS Hosting

เป็นระบบการเช่าพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูงกว่าแบบแรก มีสัดส่วนของการจัดสรรทรัพยากรในระบบ server ดีขึ้นเพื่ออุดปัญหารูโหว่จากลูกค้าที่เชื่อมโยงพร้อมกัน อันอาจทำให้เว็บไซต์ล่มได้ นับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจทำเว็บไซต์มือใหม่ ที่ต้องการทดลองตลาดและไม่อยากให้ผู้ใช้งานไม่ประทับใจเรื่องเว็บไซต์ล่ม

Dedicated Server

เป็นบริการ hosting ที่รองรับเหมาะกับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ สำหรับการใช้ทรัพยากรใน server ทั้งหมดเพียงรายเดียว แบรนด์ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยและเน้นการปรับแต่งโครงสร้างภายในได้อย่างอิสระให้ไม่เหมือนใคร ต้องเลือกแบบนี้ ที่สำคัญคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาเว็บไซต์ล่มจากการถูกเว็บไซต์อื่นแย่งพื้นที่ทรัพยากรแน่นอน

Reseller Hosting

เป็น hosting สำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจเช่าพื้นที่แล้วขายต่อเพื่อให้ลูกค้าที่ทำเว็บไซต์อื่น ๆ อาจจะจำหน่ายให้แก่ลูกค้าหลายเจ้า หรือเป็นลูกค้ารายเดียวที่มีการทำเว็บไซต์สินค้าหลากหลายประเภท ที่ต้องการใช้บริการ server ของ hosting เดียวกัน เพื่อการบริหารจัดการที่ง่ายและสะดวกขึ้น

Hosting จัดได้ว่าเป็นเป็นบริการทางธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงในปัจจุบัน เพราะการขายสินค้าทางระบบออนไลน์ การเพิ่มความทันสมัยและเสริมความเชื่อมั่นในแบรนด์ การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย ต่างนิยมทำผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ร้านค้าที่ต้องมีการแข่งขันกันในการทำ SEO ก็ต้องการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า หากเลือกใช้บริการ hosting ที่มีปัญหาเว็บไซต์ล่มบ่อย หรือใช้เวลาดาวน์โหลดข้อมูลนาน ระบบมีความผิดพลาดในรูปแบบต่าง ๆ ก็จะส่งผลต่อความประทับใจของลูกค้าในเว็บไซต์นั้นได้

ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกใช้บริการ Hosting จึงต้องศึกษาผลการรีวิวและเปรียบเทียบราคาเพื่อความคุ้มค่าด้วย เราหวังว่าแนวทางที่ให้ไว้จะเป็นทั้งความรู้และเป็นช่องทางที่ช่วยให้ผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์นำไปต่อยอดได้ดียิ่งขึ้น

บริการเว็บ Hosting แยกจุดเด่นตามประเภทต่าง ๆ