Hosting มีอะไรน่าสนใจที่คนทำ SEO ต้องรู้

Hosting มีอะไรน่าสนใจที่คนทำ SEO ต้องรู้

Hosting เป็นบริการให้เช่าพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเว็บไซต์ออนไลน์ ที่จะมีระบบบริหารจัดการ การสำรองข้อมูลสินค้าและลูกค้า มีระบบอีเมล และโปรแกรมเมอร์ที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาให้ตลอดเวลาหาก Server มีความขัดข้องต่าง ๆ

การเลือก Web hosting สำคัญต่อการทำเว็บไซต์ SEO เนื่องจากหากเลือกไม่เหมาะกับประเภทหรือขนาดธุรกิจที่ต้องการขนาดพื้นที่ ความปลอดภัย ฯลฯ ที่ต่างกัน ก็อาจประสบปัญหา เช่น มีการดึงทรัพยากรของเครื่องระหว่างเว็บไซต์ของคุณและกับธุรกิจอื่นที่ใช้งานผ่าน hosting เดียวกัน จึงตามมาด้วยปัญหา Error หรือการอัปโหลดข้อมูลล่าช้า จนทำให้ผู้บริโภคไม่ประทับใจในการใช้งานและเปลี่ยนไปสั่งซื้อสินค้าและบริการจากเว็บไซต์เจ้าอื่น

การเลือก Hosting จึงต้องทราบความแตกต่างตามประเภท ดังนี้

Shared hosting

ถือว่าเป็น Hosting ที่ราคาถูกที่สุด เนื่องจากทุกเว็บไซต์จะต้องแบ่งปันทรัพยากรของระบบ server ร่วมกัน จึงเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็กหรือเป็นมือใหม่ที่ต้องการทดลองตลาด

ปัญหาที่พบบ่อย คือ อาจมี Error ได้ในช่วงที่มี traffic สูง ระบบไม่ค่อยเสถียร รูปแบบของเว็บไซต์ที่เรียบง่าย อาจไม่ค่อยดึงดูดใจผู้ใช้งานนัก เพราะเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับการใช้งานของเว็บไซต์ทั่วไป

VPS hosting

เป็นเว็บไซต์เป็นบริการที่มีการแยกส่วนของ Server ชัดเจนขึ้น มีการสำรองและแยกพื้นที่ทรัพยากรในเครื่อง ระบบหน่วยความจุ CPU ระบบ RAM ทำงานได้เสถียรแม้มีผู้ใช้งานเว็บไซต์พร้อมกันมาก ๆ

ทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงกว่าแบบแรก ป้องกันการแฮกข้อมูลหรือการติดมัลแวร์ได้ดียิ่งขึ้น และยังลดความเสี่ยงที่เว็บไซต์ของคุณจะถูกติดร่างแหการถูกแบนได้ ยกตัวอย่าง หากใช้ Shared hosting เมื่อระบบอัลกอริทึมคิดว่าเป็น spam mail กรณีที่เพื่อนผู้ร่วมใช้บริการของ share hosting ทำการส่งสแปมอีเมลที่รบกวนผู้อ่าน เว็บไซต์ที่ร่วมใช้ใน Shared hosting เดียวกันก็อาจจะมีผลกระทบไปด้วย แต่ถ้าใช้ VPS hosting แล้ว จะไม่เกิดปัญหานี้

Dedicated server

Dedicated เป็นบริการ hosting แบบพรีเมี่ยม ที่ผู้เช่าได้ใช้ทรัพยากรทั้งหมดของ Server เพียงรายเดียว ได้พื้นที่หน่วยความจำและระบบปฏิบัติการขั้นสูงที่ทำงานได้อย่างเป็นเอกเทศ จึงช่วยเสริมความเสถียรภาพในการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง

มีระบบรักษาความปลอดภัยที่สูงเหมาะกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม ธุรกิจเครือข่ายร้านอาหาร ฯลฯ หรือองค์กรที่ต้องการรักษาความลับของธุรกิจและลูกค้าอย่างสูง แต่ขณะเดียวกัน ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากตามมาด้วย

จะเห็นได้ว่า การเลือก Hosting ที่เหมาะกับธุรกิจเว็บไซต์ออนไลน์เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อควบคุมทั้งค่าใช้จ่ายและการทำให้ธุรกิจราบรื่นขึ้น ส่งผลต่อความประทับใจในการใช้งานของลูกค้าเป้าหมายตลอดเวลา

หากคุณกำลังทำเว็บไซต์ SEO จึงต้องสนใจศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการใช้งานให้ดี เพื่อให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถที่จะเปลี่ยนบริษัท hosting ได้ในภายหลังหากพบปัญหาที่แก้ไขได้ยาก หรือปรับเปลี่ยนอัปเกรดตามการเติบโตของธุรกิจ

การเลือก Hosting จึงต้องทราบความแตกต่างตามประเภท

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Hosting ผู้ที่ทำเว็บไซต์ควรรู้

บริการ web hosting ที่คนทำเว็บไซต์ควรรู้จัก

ผู้ที่ทำเว็บไซต์จะต้องรู้จัก web hosting เพราะเป็นการเช่าพื้นที่เพื่อการเก็บรักษาข้อมูลในระบบออนไลน์ ซึ่งจะมีผู้บริหารจัดการระบบหลังบ้านที่ชำนาญตอบโจทย์ธุรกิจในแต่ละระดับ

การเลือก Hosting ที่ดี ยังส่งผลต่อการเพิ่มอันดับ SEO ตามระบบที่ Google กำหนด และกระทบต่อความประทับใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจได้ด้วย

บริการ web hosting ที่คนทำเว็บไซต์ควรรู้จักมีดังนี้

1. Shared hosting

เป็นระบบที่ผู้เช่าแต่ละรายต้องมีการแบ่งปันทรัพยากรบนระบบคอมพิวเตอร์ร่วมกัน เพราะผู้เช่าจะมี เซิร์ฟเวอร์ 1 เครื่อง กรณีนี้มีข้อดี คือราคาค่าบริการถูกที่สุด เหมาะกับธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำไปได้ยาวนานเพียงใด และบริษัทที่ต้องการควบคุมต้นทุนในระยะแรก แต่ก็มีปัญหาที่ตามมาคือ หากมีเว็บไซต์ใดมีผู้เข้าไปใช้งานในปริมาณมากกว่า จะทำให้เว็บไซต์อื่นที่เช่าพื้นที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน ก็อาจพากันทำให้เว็บไซต์ล่มไปด้วย

2. Cloud hosting

Cloud hosting เป็นการเช่าพื้นที่ของ Server ร่วมกัน แต่จะมีการเก็บข้อมูลไว้แบบระบบ Cloud ซึ่งจะมีขนาดพื้นที่กว้างกว่า เปรียบได้กับโกดังใส่ของที่กว้างกว่าหลายเท่าตัว โอกาสที่จะทำให้เกิดการ Error หรือว่าระบบ Download ข้อมูลต่าง ๆ แฮงก์ก็จะน้อยลง ทั้งนี้ระบบ Cloud hosting อาจจะมีชื่อเรียกว่า Cloud vps ก็ได้ ซึ่งผู้ที่ใช้บริการ Cloud vps จะสามารถบริหารจัดการส่วนงานหลังบ้าน ประหนึ่งเป็นผู้จัดการดูแลเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วย

3. wordpress hosting

เป็นระบบที่มีการใช้พื้นที่ร่วมกันแต่เน้นการใช้โปรแกรม wordpress สำหรับพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับระบบ SEO ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งระบบ wordpress hosting กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากช่วยประหยัดระยะเวลาบริหารจัดการของผู้ดูแลเว็บไซต์ และให้การปรับแต่งค่าต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้ด้วย

4. Dedicated Server

เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องที่มีผู้เข้าชมใช้บริการหลักแสนต่อเดือน จะสามารถใช้บริการ server ได้อย่างเต็มที่รายเดียว ไม่มีการแบ่งปันทรัพยากรเครื่องกับผู้เช่ารายอื่นอย่าง 3 แบบข้างต้นที่กล่าวมา อีกทั้งยังมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง มีผู้ที่ช่วยดูแลงานหลังบ้านอย่างเป็นมืออาชีพมากที่สุด

จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้บริการ hosting ต้องพิจารณาให้ดี เพราะถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน แนะนำให้พิจารณาด้านประสิทธิภาพการทำงานจากการรีวิวของผู้ใช้งานรายอื่น ที่ควรมีการให้บริการลูกค้ารายใหญ่ที่มีชื่อเสียง จึงจะมั่นใจได้มากขึ้น รวมถึงการคิดค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพราะค่าเช่า hosting เป็นสิ่งที่คุณจะต้องจ่ายเป็นประจำตลอดการทำธุรกิจออนไลน์ หากเลือกที่มีคุณภาพที่สูงกว่าจำเป็น ก็ทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป จะมีอัตราส่วนของกำไรที่น้อยลงไปด้วย

Dedicated Server

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ควรรู้

Hosting สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่

การเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เป็นช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มรายได้และขยายแบรนด์ร้านค้าหรือองค์กรให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวลารวดเร็วได้

ทั้งนี้ผู้ที่อยากทำเว็บไซต์ควรรู้จักกับคำว่า hosting ซึ่งเปรียบเทียบได้กับพื้นที่ให้เช่าเพื่อการขายสินค้าในตลาดนัด ซึ่งในโลกออนไลน์มีบริษัทเอกชนพร้อมให้บริการอยู่หลากหลายประเภท มีการดูแล Server และระบบปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูล การซื้อขาย การอัปโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของแต่ละเว็บไซต์เป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

Hosting สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. Shared Hosting

เป็นแบบที่เหมาะกับเว็บไซต์ทั่วไป เช่น เว็บไซต์ขายของออนไลน์ในระยะเริ่มต้น เว็บไซต์เพื่อการโปรโมทโรงแรมที่พักอาศัย ซึ่งจะมีการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันระหว่างเว็บไซต์ออนไลน์หลายๆเจ้า อาจมีช่วงเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลนานถ้ามีผู้ใช้บริการพร้อมกันมาก ๆ แต่ก็นับว่าเป็น hosting ที่ราคาประหยัดที่สุด

2. VPS Hosting

เหมาะกับร้านค้าธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการบริการเสริม เช่น การติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อการบริหารจัดการเว็บไซต์เพิ่มเติมได้หลากหลายกว่าแบบ shared hosting มีการขยาย Bandwidth เพิ่มจึงลดปัญหาเว็บไซต์ล่มจากการแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ด้วย

3. Dedicated server

Hosting แบบนี้จะมีการจัดการพื้นที่ Server สำหรับแต่ละเว็บไซต์แยกจากกัน โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญเชิงระบบช่วยดูแลอยู่ตลอดเวลา เหมาะกับบริษัทองค์กรที่มีขนาดใหญ่ที่ต้องการรักษาความลับของบริษัทและลูกค้าสูง เน้นความเสถียรในการใช้งานและไม่ต้องการเปลี่ยน hosting บ่อย ๆ

4. Reseller Hosting

เป็นช่องทางการต่อยอดรายได้ สำหรับให้ผู้ที่เช่าทำเว็บไซต์ไป ปรับแต่งพื้นที่เพื่อการปล่อยเช่าต่อ เปรียบได้กับการเป็นพ่อค้าคนกลางในโลกออนไลน์ ที่สามารถสร้างรายได้จากพื้นที่จัดสรร ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีธุรกิจหลากหลายแบบที่ต้องการแยกเว็บไซต์แต่ละประเภทออกจากกัน แต่สามารถที่จะดูแลได้ง่ายอย่างเป็นระบบเดียวกันในทุกเว็บไซต์ เช่น เว็บขายสินค้าเพื่อสุขภาพ โรงแรม อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น

ทั้งนี้ กูรูด้านการตลาดแนะนำว่า การเลือก hosting ต้องรีวิวความน่าเชื่อถือจากลูกค้ารายก่อน ๆ และเช็คว่าเป็นบริษัทที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนค่าใช้จ่ายของการเช่า hosting ไม่ควรเกิน 1,500 บาทในแต่ละเดือน ทั้งยังต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดกิจการที่ทำ หากเลือกแบบที่มีค่าใช้จ่ายสูง ก็จะทำให้คุณมีต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นภาระในระยะยาวด้วย

จะเห็นได้ว่าการเลือก hosting เป็นสิ่งที่ผู้ทำเว็บไซต์ต้องเรียนรู้และเลือกให้เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้อาจเลือกแบบพื้นฐานแล้วค่อยขยับตามค่าสถิติในการใช้งานที่เพิ่มขึ้น หรือเปลี่ยน hosting เมื่อมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ จะทำให้ลดความสิ้นเปลืองต้นทุนทางธุรกิจลงได้ในระยะยาวด้วย

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ควรรู้

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้

web hosting เป็นผู้ให้บริการเอกชนสำหรับนักธุรกิจออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีพื้นที่ทำเว็บไซต์ ซึ่งจะมีการคิดค่าบริการเช่าพื้นที่รายเดือน โดยจะมีส่วนของสิทธิประโยชน์พื้นฐานต่างๆ ได้แก่

1. มีบริการเซิร์ฟเวอร์ ที่ทำหน้าที่ในการเก็บและส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ โดยจะมีการใช้งานซอฟต์แวร์ที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น Apache Nginx Webserver และ IIS Webserver เป็นต้น

2. บริการฐานข้อมูล หรือ database เช่น ระบบ MySQL Database และ SQL SERVER เป็นต้น

3. ให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในระบบโดยส่งผ่านระบบ ftp หรือ file Transfer protocol

4. มีระบบการรับส่งอีเมลภายใต้ชื่อของระบบ hosting เพื่อดูแลงานด้านหลังบ้าน

องค์ประกอบที่กล่าวมาทั้ง 4 ส่วนนี้ เป็นสิ่งที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับเมื่อเช่า Hosting แต่จะมีความราบรื่นในการใช้งานแตกต่างกันตามชนิด Hosting ที่เลือก เช่น

1. Shared Hosting

เป็นการแชร์ Server ร่วมกันระหว่างหลาย ๆ เว็บไซต์จึงทำให้อาจจะมีการใช้งาน Server ช้าในบางช่วง เพราะมีการแย่งทรัพยากรในระบบพร้อมกัน จึงเสี่ยงต่อการมีปัญหาเว็บล่มได้ แต่ก็มีข้อดีคือ มีค่าใช้บริการประหยัดที่สุดและใช้งานได้ง่ายที่สุด เหมาะกับนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่หรือทำการค้าออนไลน์ในระยะแรก ๆ

2. VPS hosting

ทางบริษัทจะมีการจำลองระบบเสมือนแยกออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ 1 ชุด เพื่อแชร์ข้อมูลร่วมกันระหว่างเว็บไซต์เพียงแค่บางส่วน จะลดความเสี่ยงต่อการทำให้เว็บไซต์ล่มได้มากขึ้น ระบบจะมีความเสถียรในการทำงานมากขึ้น แต่ก็ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ที่เลือก VPS hosting มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าแบบ Shared Hosting เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางหรือผู้ที่ประสบปัญหาเว็บไซต์ล่มง่ายจากการใช้บริการ Shared Hosting

3. Dedicated Hosting

เป็นระบบที่ไม่มีการแบ่งปันข้อมูลกับเว็บไซต์อื่น เรียกได้ว่าจะมีความเสถียรภาพสูงที่สุด กรณีที่จะมีปัญหามักเกิดจากส่วนของ hardware ที่นับได้ว่ามีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ที่สำคัญคือ สามารถทำงานเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความไวสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรียกว่า Dedicated Hosting เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็เป็นแบบที่มีราคาค่าบริการแพงที่สุดด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ว่า นอกจากผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องทำความเข้าใจในเรื่องของสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการศึกษาเทคนิค SEO เพื่อให้เว็บไซต์มีอันดับอยู่ในหน้าต่างการสืบค้นที่ดีและเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์แล้ว ยังต้องเลือก hosting ที่ให้บริการสัมพันธ์กับธุรกิจที่ทำ เพื่อให้มีความราบรื่นในการดูแลข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์และทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีความประทับใจในการใช้งานเสมอ ไม่ประสบปัญหาเว็บล่มหรือมีการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ล่าช้า จึงจะทำให้ธุรกิจออนไลน์สามารถเติบโตได้ต่อไป

web hosting เป็นผู้ให้บริการเอกชน

การเลือก Hosting สำคัญกับการเปิดเว็บไซต์ออนไลน์อย่างไร

Server racks in server room data center. 3d render

การเลือก Hosting ที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากจะทำให้เว็บไซต์ของคุณ ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างราบรื่นเปรียบเทียบได้กับการที่คุณไปเปิดร้านขายของในตลาดสด ที่จะต้องหาแหล่งในการจำหน่าย ไม่สามารถที่จะเปิดร้านอย่างโดดเดี่ยวและโดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบถ้วนได้ เนื่องจากต้องใช้ต้นทุน เช่น ระบบน้ำ-ไฟ การจัดการขยะ ระบบความปลอดภัย ฯลฯ

การเลือก Hosting เปรียบสเหมือนการเลือกขายสินค้า

การเลือก Hosting จึงเปรียบสเหมือนการเลือกค้าขายสินค้า ผู้ดูแลตลาดนัด ที่มีประสิทธิภาพ ไว้ใจได้ทั้งฝีมือการบริหารจัดการและสิ่งอำนวยความสะดวก หรือที่เรียกว่างานหลังบ้าน เพื่อให้นักธุรกิจออนไลน์สามารถที่จะทุ่มเทให้ความ สำคัญ เฉพาะส่วนหน้าร้าน การพัฒนาสินค้า และการบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่

Hosting ของเอกชนที่ให้บริการในปัจจุบัน จะทำหน้าที่ดูแลในส่วนของ Server ซึ่งเป็นส่วนที่เก็บข้อมูลของระบบ โดยจะมีทีมโปรแกรมเมอร์ที่มีความชำนาญในการเขียนอ่านภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น Javascript html คอยดูแลอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสำคัญต่อความราบรื่นในการติดต่อซื้อขาย และสะดวกในการอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของคุณอยู่เสมอ

ทั้งนี้ มีการศึกษาว่า หากลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์ขายของออนไลน์แล้วประสบปัญหาเว็บไซต์ล่ม ขึ้นคำว่า error หรือดาวน์โหลดข้อมูลช้า จะทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เปลี่ยนความสนใจจากร้านค้าออนไลน์นั้นไปใช้บริการจากร้านค้าเจ้าอื่นแทน

สำหรับนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ คุณควรเลือก Hosting ที่มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลได้อย่างเหมาะสมตามความจำเป็น เพราะจะสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายรายเดือน เปรียบเหมือนกับการเลือกพื้นที่เช่าหน้าร้านขายสินค้าในตลาดนัด ที่หากเลือกพื้นที่กว้างใหญ่เกินจำเป็น ก็เท่ากับคุณต้องเสียค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง โดยไม่เกิดรายเพิ่มแต่อย่างใด จึงควรเริ่มจาก hosting ที่มีบริการขนาดพื้นที่หน่วยเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ 5 GB ซึ่งเพียงพอต่อการทำธุรกิจออนไลน์ทั่วไป เช่น ขายเสื้อผ้า รองเท้า นำเข้าสินค้าไอที ฯลฯ

แต่หากคุณมีการเติบโตของธุรกิจสูงขึ้น มีการโหลดรูปภาพของสินค้า หลายรุ่นหลายแบรนด์ และมีการใช้อีเมลเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างคุณและลูกค้า หรือทีมงานต่าง ๆ ก็ค่อยปรับแพ็กเกจ ไปใช้รุ่นที่มีพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้นถึงเป็น 15 ถึง 20 GB

หากธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น การโรงแรม ห้างร้านที่มีหลายสาขา ก็ต้องการใช้พื้นที่ถึง 200 MB ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณจะมีค่าใช้จ่ายแก่ Hosting ประมาณ 10,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว

การเลือก Hosting ยังต้องใส่ใจเรื่องงานบริการ ที่หากเกิดปัญหาเหตุฉุกเฉิน เช่น เว็บไซต์ล่ม Server ช้า ต้องมีทีมงานของ Hosting ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ และสามารถประสานงานได้อย่างรวดเร็วทั้งทางอีเมลและโทรศัพท์ จึงจะทำให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณดำเนินได้อย่างราบรื่นด้วย

การเลือก Hosting เปรียบสเหมือนการเลือกขายสินค้า

Web Hosting มีกี่แบบ เลือกอย่างไรดี

Web Hosting มีกี่แบบ เลือกอย่างไรดี

การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ จำเป็นต้องมีการเช่าพื้นที่ในการบริหารจัดการ ที่ต้องมีผู้ดูแลงานพื้นฐานหรือที่เรียกว่า งานหลังบ้าน ทั้งในส่วนการจัดวางระบบการซื้อขาย การเรียงหมวดหมู่แคตาล็อกสินค้า อีเมลระหว่างการซื้อขาย ระบบความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับ ฯลฯ ซึ่งบริษัทเอกชนที่เปิดให้บริการนี้ จะถูกเรียกว่า Web Hosting นั่นเอง

เราสามารถแบ่ง Web Hosting ออกได้เป็น 3 แบบใหญ่ คือ

1. แบบ Shared Web Hosting

เป็นแบบที่มีค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ผู้ประกอบการเว็บไซต์ออนไลน์แต่ละบริษัท จะฝากไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ไว้ใน Server เดียวกัน เป็นการแบ่งปันทรัพยากร ซึ่งทำให้รองรับได้เฉพาะระบบการซื้อขายที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีการออกแบบโปรแกรมเสริมเติมนอกจากที่ Hosting กำหนด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองทำธุรกิจเปิดใหม่ ในระยะแรก หรือที่เรียกว่า ระยะทดลองตลาด ที่ไม่ต้องการลงทุนสูงมากเกินไป หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่เว็บไซต์ เพื่อการโฆษณาเสริมความเชื่อมั่นของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยที่มีหน้าร้านหลักแบบ Offline คอยให้บริการอยู่แล้ว

2. แบบ VPS Hosting หรือ Virtual Private Server Hosting

Hosting จะใช้ Server ที่มีประสิทธิภาพสูงมารองรับผู้ประกอบการร้านค้าออนไลน์ โดยจะมีอุปกรณ์ด้านคอมพิวเตอร์และ Software ที่ทำงานได้อย่างซับซ้อนยิ่งขึ้น ทำให้มีระบบการสำรองข้อมูล เสริมความรวดเร็ว ป้องกันการชะงักของธุรกิจได้ Hosting ที่ให้บริการแบบนี้ จึงคิดอัตราค่าบริการที่แพงกว่าแบบแรก เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการความรวดเร็วในการส่งผ่านข้อมูลแก่ลูกค้า

เพราะมีการวิจัยว่า หากลูกค้าใช้เวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลนานกว่า 5 วินาที มักจะปิดเพจแล้วก็ไปเลือกใช้บริการของเว็บไซต์อื่นแทน ดังนั้นธุรกิจที่คาดหวังความสำเร็จสูง จึงนิยมใช้ VPS Hosting

3. แบบ Dedicated Hosting

เป็นการให้บริการ Server ที่เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ รองรับผู้ใช้งานหรือลูกค้าจำนวนมากในเวลาเดียวกัน เช่น มีสาขาทั่วประเทศ หรือเป็นโรงแรมชั้นนำ ที่ต้องการระบบรักษาความลับของลูกค้าเป็นเลิศ รวมถึง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีการเก็บข้อมูลด้านสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ต้องการป้องกันผู้เจาะระบบมาโจรกรรมข้อมูล ฯลฯเราสามารถแบ่ง Web Hosting ออกได้เป็น 3 แบบใหญ่

ผู้ให้บริการ Hosting รูปแบบนี้ จึงมีการตั้งราคาค่าใช้จ่ายที่สูงมาก และผู้ประกอบการเว็บไซต์ มักต้องจ้างทีมผู้บริหารเว็บไซต์มืออาชีพมาดูแลตลอดเวลา เพื่อความคล่องตัวในการบริหารเว็บไซต์และเพื่อลดความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหลด้วย

การเลือก Web Hosting ที่เหมาะสมกับธุรกิจ จะช่วยในการควบคุมต้นทุนในการประกอบธุรกิจได้ ขณะเดียวกันก็มีอิทธิพลต่อการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ด้วย

ผู้ประกอบการทั่วไปที่เริ่มทำเว็บไซต์ออนไลน์ใหม่ ๆ ควรเริ่มจากประเภท Shared Web Hosting หลังจากธุรกิจมีการเติบโตขึ้นจนเกินกว่าศักยภาพของ Server ที่ใช้อยู่จะตอบโจทย์ได้ ก็สามารถเปลี่ยนแปลง Hosting ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่แต่ละบริษัทผู้ให้บริการกำหนดไว้

อยากสร้างธุรกิจ Hosting ต้องรู้อะไรบ้าง

อยากสร้างธุรกิจ Hosting ต้องรู้อะไรบ้าง

Hosting เป็นบริการรูปแบบใหม่ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาทในการประกอบธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นบริการที่ช่วยสร้างพื้นที่ว่างในการปฏิบัติการของเว็บไซด์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเว็บไซด์ที่ดีจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้ผู้คนเข้ามาดู และเลือกใช้สินค้าหรือบริการกันมากขึ้น และเว็บไซด์ยังนับเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วโลกสามารถเข้ามาใช้บริการได้อีกด้วย

ดังนั้นการนำ Hosting มาให้บริการจึงช่วยให้เจ้าของกิจการต่าง ๆ สามารถใส่ข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการสื่อสารให้กับลูกค้าได้มากตามต้องการ ทั้งยังสามารถใช้เป็นช่องทางรับข้อมูลจากลูกค้าได้อีกด้วย ทำให้เกิดผู้ให้บริการ Hosting ขึ้นมามากมาย ซึ่งหากคุณเป็นอีกหนึ่งผู้ที่สนใจในการดำเนินธุรกิจ Hosting ก็ควรรู้รายละเอียดต่อไปนี้ให้ดีเสียก่อน

ประเภทของ Hosting โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ shared Hosting เป็นบริการที่เหมาะกับเว็บไซต์ขนาดธรรมดาทั่วไป แต่พื้นที่ของเครือข่ายอาจต้องใช้ร่วมกับผู้อื่นเพื่อราคาที่ย่อมเยากว่า Hosting ประเภทอื่น ๆ นั่นเอง VPS Hosting เป็นรูปแบบที่เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้งานแบบโปรแกรมหรือ Application ร่วมด้วย มีขนาดเพิ่มเติมมากกว่า Shared Hosting มี Data Transfer ที่ถูกแบ่งการใช้งานอย่างชัดเจนไม่ต้องแชร์ร่วมกับเว็บไซต์อื่น ๆ Dedicated server เป็นบริการเฉพาะเจาะจงผู้ใช้งานแต่ผู้เดียว ซึ่งผู้ใช้อาจแบ่งใช้งานหลายเว็บไซต์ที่ตนเองดูแลก็ได้ จึงเป็นรูปแบบการใช้งานที่เหมาะกับบริษัทหรือองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่หรือเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้ data ที่มีความเสถียรปลอดภัยและรวดเร็วมากขึ้น ส่วน Reseller Hosting เป็นสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการพื้นที่มาก ๆ เพื่อนำไปแบ่งใช้บริการให้กับลูกค้า หรือมีหลายเว็บไซต์ที่ต้องดูแล ซึ่งประเภทของ Hosting แต่ละประเภทนั้นจะคิดค่าบริการแตกต่างกันตามขนาดของ data นั่นเอง

Hosting เป็นบริการรูปแบบใหม่ในยุคที่เทคโนโลยี

ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการสื่อสารมีมาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจ Hosting มีความเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่ต่อเนื่องรุนแรง มีโอกาสที่คู่แข่งจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่โอกาสหรือคู่ค้าทางธุรกิจกลับมีแนวโน้มลดลงหากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ หรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้หลายกรณีลูกค้ามีอัตราการต่อรองสูงจนได้กำไรไม่คุ้มค่า หรือมีโอกาสเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งได้ง่าย และยังยากที่ลูกค้าจะยึดมั่นในแบรนด์ของท่าน เพราะรูปแบบของสินค้าเหมือนกันในทุก ๆ ผู้ให้บริการ

เมื่อรู้จักแนวทางดังที่ได้กล่าวมาในขั้นต้น เชื่อได้ว่าผู้ที่สนใจทำธุรกิจ Hosting ทุก ๆ คนจะสามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างรอบคอบ หมั่นคอยติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการสื่อสารอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพื่อให้ทันกับการพัฒนาต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ก้าวหน้ากว่าคู่แข่ง สร้างโอกาสในการสร้างรายได้ที่ดีให้กับธุรกิจของนักลงทุนได้อย่างยั่งยืน

เรื่องน่ารู้ก่อนเช่าเว็บ Hosting สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

เจ้าของธุรกิจก็ต้องเลือกว่าจะเช่าเว็บ Hosting อย่างไรดี

ธุรกิจที่ต้องมีเว็บไซต์ ก็ต้องมีการเช่าเว็บ Hosting ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยตัวอย่างทางอ้อมเช่น การใช้ระบบเว็บสำเร็จรูปที่มีบริการโฮสติ้งในตัว เพียงเปิดร้านในแพ็กเกจฟรี ก็สามารถมีเว็บไซต์เริ่มธุรกิจได้เลย แต่ถ้าต้องการเช่า เว็บ Hosting แบบทางตรง ก็คือการสร้างระบบเว็บไซต์ของตนเอง ไม่พึ่งพากับระบบเว็บสำเร็จรูปที่ให้บริการอยู่ก่อนแล้ว

ในกรณีนี้ เจ้าของธุรกิจก็ต้องเลือกว่าจะเช่าเว็บ Hosting อย่างไรดี มาดูกันว่า มีอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนจะเช่าเว็บ Hosting มาใช้งาน

เว็บ Hosting ไม่ใช่การซื้อขาดแต่คือการเช่า หลายท่านเข้าใจผิดคิดว่าจ่ายเงินครั้งเดียวจบ แต่ที่จริงคือการเช่า ซึ่งก็มีการคิดค่าเช่าตามระยะเวลา เช่น แบบรายเดือน รายสามเดือน หรือรายปี ระบบนี้มีข้อดีตรงที่หากไม่พอใจก็อาจจะไม่เช่าต่อแล้วย้ายไปเว็บ Hosting แห่งใหม่ที่ดีกว่าได้

หาที่ปรึกษาการเว็บ Hosting เช่น ผู้ให้บริการออกแบบเว็บไซต์มักจะมีความรู้สามารถแนะนำเว็บ Hosting ให้กับเจ้าของธุรกิจได้ หรือจะเป็นฝ่ายไอทีบริษัทก็สามารถแนะนำได้เช่นกัน โดยพิจารณาจากความต้องการใช้งานเปรียบเทียบกับสเปคต่าง ๆ ที่ทางเว็บ Hosting จัดให้บริการ เช่น ความจุของฮาร์ดดิสก์ แรม แบนด์วิธ รวมไปถึงออปชั่นด้านอื่น ๆ

เริ่มต้นจากแพ็กเกจไม่แพงหรือต่ำสุดก่อน หากไม่แน่ใจหรือเพิ่มเริ่มต้นทำธุรกิจ ทางเว็บ Hosting ก็จะมีแพ็กเกจราคาย่อมเยาให้ใช้บริการก่อน อาจจะเป็นค่าบริการต่อปีเพียง 1,000 บาทหรือต่ำกว่า หากพบว่าภายหลังมีการใช้งานเว็บไซต์ต้องการสเปคของโฮสต์สูงขึ้น ก็ค่อยพิจารณาอัปเกรดขึ้นไปใช้แพ็กเกจที่มีสเปคสูงกว่าได้ตามความเหมาะสม

ดูตัวอย่างผลงานเว็บไซต์ที่ใช้บริการ สิ่งนี้จะสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ ว่ามีธุรกิจใดบ้างที่มาใช้บริการเว็บ Hosting รายนี้ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นเรื่องบริการและความเอาใจใส่ที่ดี เพราะเว็บ Hosting นั้นต้องมีฝ่ายบริการพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง คอยแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ได้ทุกเมื่อ

ดูความรวดเร็วการให้บริการ จะเป็นเรื่องยุ่งยากมากหากเว็บล่มแล้วติดต่อใครให้แก้ไขไม่ได้เลย หรือส่งเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปแล้ว ใช้เวลานานกว่าจะตอบอีเมลกลับมา หรือไม่มีระบบแชทให้ใช้งาน ธุรกิจจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ที่อัพไทม์ 99.99% หมายถึงยอมให้เกิดการล่มหรือเข้าไม่ได้เพียงแต่น้อยมากเท่าที่สุดวิสัยจริง ๆ ดังนั้นเว็บ Hosting ที่ดีต้องบริการซัพพอร์ตได้รวดเร็วทันสถานการณ์

เว็บ Hosting จะมีผลดีกับธุรกิจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสถียรในการป้อนข้อมูลกลับให้แก่ผู้ใช้ เว็บไม่ล่ม ลูกค้าเข้ามาเมื่อไหร่ก็ชมได้ไม่สะดุด และส่งผลดีต่ออันดับผลการค้นหาใน Google ด้วย

เรื่องน่ารู้ก่อนเช่าเว็บ Hosting สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

Hosting มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร…

การทำธุรกิจในยุค 4G นั้น เทคโนโลยีการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ วิธีการเข้าถึงลูกค้าไม่จำเป็นต้องอาศัยการพบปะโดยตรงเหมือนในอดีต แต่นักธุรกิจสามารถใช้เว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อสื่อสารธุรกิจให้ลูกค้าทราบได้โดยตรง แต่การสร้างเว็บไซต์นั้นจำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า Hosting ด้วย

Hosting คือรูปแบบการให้บริการสำหรับสร้างพื้นที่เพื่อนำเสนอข้อมูลออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต เมื่อคุณต้องการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะออนไลน์ ให้ผู้อื่นสามารถเข้ามาดูธุรกิจ ดาวน์โหลดข่าวสาร หรืออื่น ๆ ก็เพียงสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาก่อน จากนั้นก็นำเว็บไซต์ของตนเอง มาอัพโหลดในระบบที่ให้บริการฝากพื้นที่ หรือโฮสติ้งนั่นเอง

ทั้งนี้ การเลือก Hosting ที่ดี จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ค่าใช้จ่าย การเลือกโฮสติ้งควรพิจารณาตามประเภทการใช้งานซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทคือ Shared Web Hosting, VPS และ Dedicated ซึ่งแตกต่างกันตามปริมาณและเทคนิคการใช้งานตามรายละเอียดต่อไปนี้
    Shared host มีราคาถูกที่สุด คือประมาณ 800 ~ 3,000 บาท ต่อปี แต่การใช้งานต้องแชร์พื้นที่กับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ด้วย
    VPS มักมีการพิจารณาการจ่ายแบบราย 3 เดือน, 6 เดือน, 1ปี หรือนานกว่านั้นก็ได้ แต่จะช่วยให้เว็บไซต์ทางธุรกิจของคุณ รองรับผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้มากขึ้น และให้บริการด้วยความเร็วที่ดีมากขึ้น
    Dedicated เป็น Hosting ที่มีราคาสูงที่สุด ประมาณ 3,000 ~ 10,000 บาทต่อเดือน เหมาะกับนักธุรกิจที่ต้องการนำเทคนิคต่าง ๆ มาใช้รองรับการเข้าชมเว็บไซต์ของคนปริมาณมาก ๆ และมีรูปแบบการดึงดูดความสนใจที่หลากหลาย
  2. รูปแบบการให้บริการ: ผู้ให้บริการที่ดีควรมีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญที่มากเพียงพอ เพราะ Hosting ถือเป็นรายละเอียดทางเทคนิคเฉพาะ และผู้ให้บริการที่ดีควรช่วยดูแลเซิร์ฟเวอร์และแก้ไขกรณีที่ผู้ใช้พบปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วด้วย เพราะความล่าช้าทางธุรกิจย่อมก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก
  3. คุณภาพของ Server: ผู้ให้บริการ Hosting ที่ดี ควรเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพ ไม่ล่มหรือเกิดปัญหาเมื่อมีผู้เข้าใช้งานเป็นปริมาณมาก ๆ รวมถึงหน่วยประมวลผลที่มีความรวดเร็ว ใช้เวลาในการเข้าเว็บไซต์ไม่นาน
  4. การกำหนด Location: Hosting ที่ดีต้องตั้งอยู่ใน Data Center ที่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจากทั่วโลกได้ตลอดเวลา โดยที่มีความเร็วและเสถียรภาพของระบบอย่างสูงที่สุด
  5. การรองรับโอกาสเติบโตในอนาคต การเติบโตของธุรกิจมักสัมพันธ์กับการใช้งานของเว็บไซต์โดยตรง ดังนั้นผู้ให้บริการ Hosting ที่ดี จึงควรมีบริการที่รองรับโอกาสเติบโตในอนาคตเอาไว้ด้วย

อาจกล่าวได้ว่า Hosting คือตัวช่วยที่ดีในการดำเนินธุรกิจในยุค 4G ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงเว็บไซต์ของธุรกิจได้ง่าย และรองรับความสะดวกในการใช้งานของลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

อย่าเพิ่งทำธุรกิจออนไลน์ ถ้ายังไม่รู้จัก Web Hosting

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า การขายสินค้าบนเว็บไซต์ นอกจากต้องมีสินค้าดีน่าสนใจ มีการโปรโมตและออกโปรโมชั่นเด็ด ๆ เพื่อดึงดูดใจลูกค้าแล้ว ยังจำเป็นต้องมีการเช่าพื้นที่หรือที่เรียกกันว่า Web Hosting ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้แต่ละเว็บไซต์มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและมีทีมงานที่คอยประสานและแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคของเว็บไซต์ (ซึ่งมักเรียกว่างานหลังบ้าน) ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนั่นเอง

อย่าเพิ่งทำธุรกิจออนไลน์ ถ้าไม่รู้จัก Web Hosting

โดยในปัจจุบัน Web Hosting สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

1. Shared Hosting

เป็นการเช่าพื้นที่แบบคลาสสิกทั่วไปที่บริษัทเอกชนผู้รับจ้างทำโฮสติ้งจะจัดสรรทรัพยากรใน server อย่างเพียงพอต่อการทำงานของแต่ละเว็บไซต์ที่รับผิดชอบอยู่ เหมาะอย่างยิ่งกับเว็บไซต์ขององค์กรขนาดเล็ก หรือบริษัทที่เปิดหน้าร้านออนไลน์เพื่อรับงานแบบจำกัด เช่น รับงานเฉพาะในเครือมหาชนหรือกลุ่มบุคคลเฉพาะด้านและมีความซับซ้อนในงานบริการออนไลน์ค่อนข้างต่ำ

2. VPS Hosting

เป็นโฮสติ้งที่ให้ความรู้สึกประดุจเจ้าของเว็บไซต์เป็นผู้ควบคุม Server ด้วยตัวเอง สมดังชื่อ VPS หรือ Virtual Private Server ที่มีการอนุญาตให้ผู้เช่า Server ควบคุมได้จากระยะไกล (Remote desktop connection) และมีการเปิดช่องให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถติดตั้งโปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม สำหรับอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าเว็บไซต์ยิ่งขึ้น Hosting รูปแบบนี้จึงเข้ากับธุรกิจที่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเว็บไซต์กับลูกค้าค่อนข้างถี่ เน้นความประทับใจในงานบริการที่รวดเร็วฉับไวและมีลูกเล่นของแอพพลิเคชั่นชวนให้ติดตาม

3. Dedicated server

เป็นการแชร์โฮสติ้งที่คล้ายกับแบบแรก แต่แตกต่างกันที่ศักยภาพ ความเร็ว และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ Server ที่ตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่และต้องการระบบความปลอดภัยที่สูงสุด

4. Reseller Hosting

เป็นโฮสติ้งที่เทียบได้กับการทำโมเดลธุรกิจเพื่อขายส่งให้ผู้ที่สนใจลงทุนนำไปปล่อยเช่า หรือขายพื้นที่ออนไลน์ต่อ และยังเหมาะกับผู้ที่มีธุรกิจออนไลน์หลายแบรนด์หรือหลายเครือข่ายที่ต้องการควบคุมหรือบริหารงานส่วนหลังบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น

การเลือก Web Hosting กับบริษัทที่มีบริการครอบคลุมกับความต้องการที่แท้จริงในธุรกิจและมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับคุณภาพของ Server และบริการหลังการขายเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องประเมินอยู่เสมอ และหากมีประเด็นใดไม่ตอบโจทย์ ก็สามารถพิจารณาบริษัทโฮสติ้งรายอื่น ๆ ที่มีมากมายในท้องตลาดได้

อย่างไรก็ดี ในบางครั้งบริษัทที่ให้เช่าโฮสติ้งนั้นให้บริการดีอยู่แล้ว แต่ความที่เว็บไซต์ธุรกิจเรามีการเติบโตและขยายตัวมากเกินกว่าที่ Server เดิมจะรองรับได้ ก็จำเป็นต้องเปลี่ยน Hosting ก็เป็นไปได้เช่นกัน

อย่าเพิ่งทำธุรกิจ ถ้ายังไม่รู้จัก Web Hosting

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเป็นนักธุรกิจออนไลน์ให้ได้ตระหนักถึงการเลือกโฮสติ้งที่มีคุณภาพ ทั้งส่วนเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการดูแลเว็บไซต์ของคุณตลอดเวลา มากกว่าการเน้นที่ราคาถูกแต่เพียงอย่างเดียว