Web Hosting และ ชื่อ Domain สำคัญกับเว็บไซต์อย่างไร

Web Hosting และ ชื่อ Domain สำคัญกับเว็บไซต์อย่างไร

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ขายของในปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก เพราะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จึงทำให้มีนักธุรกิจมากมายตัดสินใจเปิดเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อรอรับคำสั่งซื้อสินค้าจากทั่วโลกได้อย่างสะดวก ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ การเลือกบริษัท Web Hosting และชื่อ Domain ที่มีคุณภาพ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ความสำคัญของ web hosting

การจะมีพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ได้นั้น คุณจำเป็นจะต้องขอเช่าพื้นที่เหล่านี้จากผู้ให้บริการ web hosting ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนมีให้เลือกหลายร้อยแห่งทั่วโลก การทำเว็บไซต์ออนไลน์ขายสินค้าใด ๆ จึงต้องเลือกผู้ให้บริการ web hosting ที่เหมาะสม ทั้งด้านคุณภาพ ราคาและบริการของเจ้าหน้าที่ เพราะจะช่วยให้ธุรกิจของคุณนั้นราบรื่นได้

หากคุณไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายสูง เพราะธุรกิจอยู่ในระยะแรกเริ่ม คุณสามารถเลือกใช้ web hosting ในราคาประหยัดหรือแพ็กเกจระดับเบื้องต้น ที่เสียค่าใช้จ่ายรายปีไม่เกิน 500 บาท แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงเกิดปัญหาในการใช้งานได้ง่าย เช่น เว็บไซต์ไม่เสถียร มีปัญหาเว็บไซต์ล่มง่าย การเข้าถึงข้อมูลอาจล่าช้าในบางช่วงเวลา เพราะเป็นระบบ shared hosting ซึ่งในช่วงเวลา 18:00 น ถึง 21:00 น. โดยเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์นั้น จะมีลูกค้าจากหลายบริษัทที่ใช้ทรัพยากรของ hosting ร่วมกัน จึงส่งผลต่อหน่วยความจำและความเร็วของทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้

ส่วนผู้ที่ทำเว็บไซต์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แนะนำให้ใช้บริการผ่านระบบ Cloud hosting ซึ่งจะมีความรวดเร็วในการเชื่อมโยงข้อมูลสูง มีระบบเก็บความลับของบริษัทและลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องของบัตรเครดิตที่จำเป็นต้องใส่ใจมากขึ้น หากคุณเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจด้านการเงิน การให้เช่าซื้อสินทรัพย์ การโรงแรม ฯลฯ ซึ่งคุ้มค่ากับการจ่ายค่าบริการมากกว่าหมื่นบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจของ hosting รวมถึงการย้ายไปยังผู้ให้บริการรายใหม่นั้นสามารถทำได้ง่าย เพียงแต่ต้องศึกษาข้อมูลสเปกและค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วย

การเลือกชื่อ Domain

โดเมนคือชื่อเว็บไซต์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนหรือประเภทสินค้าที่จำหน่าย หากเปรียบเทียบกับบ้านที่อยู่อาศัย Domain ก็คือหมายเลขบ้านหรือชื่อนามสกุลของเจ้าของบ้าน ดังนั้นการตั้งชื่อโดเมนจะสื่อถึงกิจการที่คุณทำอยู่ได้ และควรตั้งเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล ไม่มีปัญหาการสะกดตัวอักษรหรือวรรณยุกต์ผิดพลาด ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้ เป็นชื่อที่สั้น จำง่าย ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำความยาวไม่เกิน 60 ตัวอักษรด้วย

จะเห็นได้ว่าการเลือก Hosting และชื่อโดเมนนั้นมีความสำคัญและต้องใส่ใจในรายละเอียด หากต้องการให้เว็บไซต์ออนไลน์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่ม ก็ต้องใส่ใจตั้งแต่ชื่อโดเมน และต้องเลือก Web Hosting ที่ดีเพื่อสร้างความประทับใจในการใช้งาน อันจะส่งผลให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

เรื่อง hosting ที่คนทำธุรกิจออนไลน์ควรรู้

เรื่อง hosting ที่คนทำธุรกิจออนไลน์ควรรู้

การบริการ hosting ถือว่าเป็นธุรกิจเอกชนที่มีให้เลือกมากขึ้น เนื่องจากการทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นในระยะหลัง สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือตลอด 24 ชั่วโมง การเลือก hosting เพื่อธุรกิจออนไลน์จึงจำเป็นต้องทราบในประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.ธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ ควรเลือกระบบ cloud มากกว่า share hosting
การสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ควรเน้นความรวดเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสินค้าด้วยระบบอีคอมเมิร์ซที่ไม่สะดุด เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการสั่งสินค้าออนไลน์ หากเป็นธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ควรเลือก hosting ที่ใช้งานแบบ cloud server มากกว่า share เพราะจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประมวลผลโดยการเก็บข้อมูลในหลาย ๆ แห่ง แทนการรวมข้อมูลในที่เดียว ซึ่งอาจมีการแย่งทรัพยากรคอมพิวเตอร์กันได้ในช่วงเวลาเร่งด่วน การใช้ระบบ cloud จะลดความเสี่ยงกรณีที่เซิร์ฟเวอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งใช้งานไม่ได้ ก็ยังสามารถที่จะส่งผ่านข้อมูลผ่าน Server อื่นได้แทนในทันที

2.เลือกคุณภาพ hosting มากกว่าราคา
แต่ละ hosting จะมีหลายแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ขนาดและประเภทธุรกิจต่างกัน มีการเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือนตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น ซึ่งควรพิจารณาให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์ ไม่เลือกเพียงราคาที่ประหยัด แต่ต้องพิจารณาจากความสามารถและประสบการณ์ของทีมงานในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การดูแลลูกค้าหลังการขาย การคิดค่าใช้จ่ายแฝงที่จะตามมาภายหลัง ฯลฯ ทั้งนี้ หากเป็นธุรกิจขนาดเล็กน้องใหม่ สามารถเลือกแพ็กเกจขนาดเล็กก่อนได้ แล้วเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นค่อยปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมต่อไป

3.การใช้งาน wordpress
ในปัจจุบัน เว็บไซต์ส่วนใหญ่ทำงานด้วยระบบ wordpress ทำให้ใส่ข้อมูลเนื้อหา รูปภาพและคลิปวิดีโอลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมปรับแต่งได้สะดวกโดยไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิชาการแปลรหัสคอมพิวเตอร์ ดังนั้น หากคุณเป็นนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ ควรสอบถามผู้ให้บริการ hosting ว่ามีบริการ wordpress รูปแบบใด มีช่องทางให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่สะดวกรวดเร็วหรือไม่ด้วย

4.ระบบรักษาความปลอดภัย
การรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ หากเว็บไซต์ของคุณมีการติดไวรัสหรือมัลแวร์ ก็จะส่งผลให้ข้อมูลลูกค้าเสียหายหรือถูกจารกรรมข้อมูล และอาจรวมถึงข้อมูลสินค้าที่มีทั้งหมดสูญหาย ทำให้ลูกค้าไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ จนคุณต้องเสียลูกค้าไปให้แก่คู่แข่งรายอื่น นอกจากนี้ hosting ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต เลขประชาชนของลูกค้า และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจออนไลน์กลุ่มโรงแรมและบริษัทชั้นนำที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามากที่สุด หากคุณใส่ใจประเด็นนี้ ต้องสอบถามข้อมูลโดยละเอียดก่อนการตัดสินใจเลือกใช้บริการด้วย

การใช้บริการ hosting เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนการทำธุรกิจออนไลน์ เพราะสามารถส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตได้อย่างราบรื่น และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้ธุรกิจได้

ทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้ว่า Hosting แต่ละแบบไม่เหมือนกัน

Hosting แต่ละแบบไม่เหมือนกัน

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ทุกธุรกิจ ต้องมีการเช่าพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและสำรองข้อมูลไว้ในระบบ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลและเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวทั้งของบริษัทและลูกค้า ผู้ที่จะเปิดกิจการเว็บไซต์ออนไลน์จึงต้องใช้บริการ Hosting ที่มีคุณภาพ โดยเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจ

Shared Hosting – บริษัทผู้ให้บริการจะมีการเก็บข้อมูลหลาย ๆ เว็บไซต์ของลูกค้าที่ใช้บริการไว้ในที่เดียวกัน จึงมีโอกาสถูกแย่งทรัพยากรไอที ด้านหน่วยความจำและการประมวลผลกันได้มากที่สุด จึงไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ แต่นับว่า Shared Hosting เหมาะมาก สำหรับผู้ที่เรียนรู้การทำเว็บไซต์มือใหม่ โดยเฉพาะในปี 2020 ที่ทุกคนต้องการเริ่มธุรกิจออนไลน์บนความเสี่ยงที่ต่ำที่สุด จะเสียค่าใช้จ่ายที่หลักร้อยบาทต่อเดือนเท่านั้น

VPS Hosting – จะมีการเก็บข้อมูลให้เป็นเอกเทศมากยิ่งขึ้น VPS Hosting มีช่องแบนด์วิธที่กว้างขึ้นกว่าแบบแรก ป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งทรัพยากรระหว่างเว็บไซต์ แต่ก็ยังมีข้อเสีย คือ อาจมีบางช่วงเวลาที่การดาวน์โหลดข้อมูลช้าลงได้บ้างเช่นกัน และระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลยังไม่แน่นหนามากนัก จึงไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องเก็บข้อมูลส่วนตัวลูกค้าจำนวนมาก Hosting แบบนี้ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่เดือนละประมาณ 1,000 ถึง 3,000 บาท

Dedicated server – จะเก็บข้อมูลของแต่ละเว็บไซต์เป็นเอกเทศเฉพาะ 100% มีการกำหนดตั้งค่าต่าง ๆ ที่เฉพาะตัวตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย มีเจ้าหน้าที่เทคนิคคอยดูแลบริหารงานหลังบ้านให้เป็นพิเศษอีกด้วย จึงเหมาะกับธุรกิจขนาดกลาง เช่น สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า ของใช้ไอที อาหารเสริม สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ

Cloud Hosting – เป็นแบบที่เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น การโรงแรม ทัวร์ต่างประเทศ ร้านค้าขายอาหารที่มีเฟรนไชส์ทั่วประเทศ ฯลฯ Cloud Hosting จะใช้ Server มากกว่าหนึ่งเครื่องมาเชื่อมต่อกัน เพื่อทำให้ระบบประมวลผลทำงานได้รวดเร็วที่สุด เรียกดูข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง การที่มีข้อมูลในระบบมากและมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด จึงมีค่าใช้จ่ายรายเดือนที่สูงกว่าแบบอื่นตามไปด้วย

การเลือกประเภท Hosting ที่ดี จะช่วยส่งเสริมให้การทำธุรกิจออนไลน์ราบรื่น สร้างความประทับใจให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ และไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกโจรกรรมข้อมูล อย่างไรก็ตาม หากเปิดใช้งานเว็บไซต์ธุรกิจไปแล้วสักระยะหนึ่ง หากเห็นว่า Hosting ที่ใช้บริการอยู่ไม่ตอบโจทย์ ก็สามารถขออัปเกรดหรือย้ายออกได้ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

เราหวังว่าบทความนี้จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจการทำเว็บไซต์ออนไลน์มือใหม่ เพื่อการเลือก Hosting ที่เหมาะสม ซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนแรก ๆ ของการทำเว็บไซต์ออนไลน์ที่มีคุณภาพในระยะยาวด้วย

4 ประเภท Hosting เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเว็บไซต์

รูปแบบของเว็บโฮสติ้งในปัจจุบัน 4 แบบ

หากคุณต้องการสร้างเว็บไซต์ สิ่งแรกที่ควรรับรู้ก่อน คือ การเลือกประเภท Hosting เพราะไม่ใช่ทุกประเภทที่จะรองรับการสร้างเว็บและสำหรับคนที่เริ่มต้นก็ไม่ควรลงทุนมากเกินความจำเป็น แต่เมื่อไหร่ที่มีความเชี่ยวชาญก็ค่อยอัปเกรดประเภท Hosting ที่มีราคาแพงขึ้นได้นั่นเอง ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 4 ประเภท Hosting มาแนะนำ จะได้เลือกให้เหมาะกับการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ดังต่อไปนี้

VPS Hosting (Virtual private server)

การเลือกใช้ Hosting ประเภทนี้ ลักษณะการใช้งาน คือ คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องสามารถแบ่งทรัพยากรย่อย ๆ ออกเป็นหลายส่วน โดยแต่ละส่วนก็จะลง Server Program แค่มีคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ก็สามารถแชร์ไปยังคนอื่นได้ในแต่ละส่วนที่แยกออกจากกัน แต่อย่างไรก็ตามก็มีข้อดีคือ คุณสามารถรวมโปรแกรมในตัว Server Program ได้เอง ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีความเชี่ยวชาญค่อนข้างมากพอสมควร นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือ การใช้ VPS Hosting ทำให้คุณสร้างเว็บไซต์อย่างอิสระ และไม่ต้องแชร์ทรัพยากรกับเว็บไซต์อื่น ๆ เหมือนแบบ Shared Hosting

Shared Hosting

การใช้แบบ Shared Hosting คือ คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องโดยผู้ให้บริการจะทำการลง Server Program ให้ไว้แล้ว และจะมีการแบ่งย่อยอีกครั้งให้กับหลายคนได้ใช้กัน โดยที่คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องอาจจะมีหลายเว็บไซต์และมีหลาย User การใช้ Hosting ประเภทนี้ จะมีข้อดีคือ มีการตั้งค่าระบบมาเรียบร้อยแล้ว โดยที่คุณไม่ต้องตั้งค่าเองเพิ่มเติม จึงค่อนข้างจะให้ความสะดวกสบายและใช้ง่าย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดคือ ยังต้องแชร์ให้กับคนอื่นใช้ด้วย ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น ถ้ามีเว็บไซต์อื่นโหลดทรัพยากรหนัก ๆ ก็จะทำให้เว็บไซต์เราถูกผลกระทบไปด้วยนั่นเอง

Dedicated Hosting

การเลือกใช้ Dedicated Hosting เน้นการใช้ความเชี่ยวชาญค่อนข้างสูงพอสมควรที่จะลงโปรแกรมต่าง ๆ โดยคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องจะเป็น Server ของคุณเพียงคนเดียว ทำให้ได้ใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ Server นั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถือว่าเว็บไซต์จะดีกว่าสองประเภทดังกล่าวข้างต้น โฮสติ้งประเภทนี้มีราคาสูง เหมาะกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้จำนวนมากและต้องการความปลอดภัยสูง เช่น หน่วยงานรัฐ ธนาคาร บริษัทมหาชน เป็นต้น

Cloud Hosting

การเลือกใช้ Hosting 3 ประเภทที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น จะใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวในการประมวลผล การคำนวณหรือการเก็บรักษาข้อมูลซึ่งมีความแตกต่างกับการเลือกใช้ ประเภทที่ 4 Cloud Hosting ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์หลายตัวในการกระจายข้อมูล แล้วจะมีการประมวลผลข้อมูลร่วมกัน ซึ่งมีข้อดีอย่างมากมาย กล่าวคือ เมื่อมีการคำนวณ ถ้าคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเกิดดับไป คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นก็สามารถ Back up ข้อมูลและประมวลผลหรือแสดงผลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้โอกาสที่จะทำให้ Server หายไปแทบจะไม่มีเลย เว็บไซต์ที่ต้องรองรับทราฟฟิคมหาศาลอย่างแนวดูหนัง ข่าวบอล แนวๆนี้ควรใช้ Cloud เท่านั้น

เมื่อพิจารณา Hosting 4 ประเภท โดยเฉพาะกรณีที่ใครสร้างเว็บไซต์ WordPress แค่หนึ่งเว็บไซต์ ก็ไม่จำเป็นต้องเช่า Server ที่เปลืองค่าใช้จ่าย แนะนำให้เลือกประเภทที่ 1 VPS Hosting (Virtual private server) ก็เพียงพอแล้ว หรือถ้าต้องการประหยัดช่วงเริ่มต้นก็อาจเช่าแบบที่ 2 Shared Hosting ดูก่อน หากไม่รองรับก็สามารถอัปเกรดได้ง่าย เพียงติดต่อบริษัทผู้ให้บริการและจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมตามสัดส่วน

จะทำธุรกิจออนไลน์ต้องรู้จัก web hosting

จะทำธุรกิจออนไลน์ต้องรู้จัก web hosting

การจะทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องใส่ใจองค์ประกอบหลายอย่าง นอกจากตัวของสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการแล้ว ยังต้องขึ้นกับ web hosting ที่ใช้ส่งเสริมให้ลูกค้ามีความประทับใจในการใช้บริการจากเว็บไซต์ออนไลน์ยุคใหม่ด้วย

ในบทความนี้ เรามีข้อมูลพื้นฐานของ web hosting ที่คนทำเว็บไซต์ควรรู้จัก และเราจะมาดูกันว่า web hosting แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน

เลือก web hosting แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจ

Web hosting เป็นบริการของบริษัทเอกชน ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์และระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายสินค้าออนไลน์ คอยดูแลอยู่เบื้องหลัง โดยจะมีการคิดค่าใช้จ่ายบริการเป็นรายเดือนหรือรายปีแล้วแต่แพ็กเกจ ซึ่งจะทำให้ผู้เปิดเว็บไซต์ออนไลน์นั้นสามารถที่จะเช่าพื้นที่ในระบบอินเทอร์เน็ต พร้อมกับเลือกวิธีการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ของตัวเองได้ ซึ่งรวมไปถึงระบบการรักษาความปลอดภัย ระบบ Email และและความคล่องตัวในการส่งผ่านข้อมูลของเว็บไซต์ด้วย

ผู้ที่จะทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ควรรู้จัก hosting อยู่ 2 ประเภทหลัก คือ shared hosting และ private hosting

Shared Hosting

เป็นการบริการทั่วไปของ web hosting ซึ่งเหมาะกับนักธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ไม่ต้องการลงทุนมาก หรืออาจต้องการทดลองตลาดสักระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้เป็น Private hosting ก็ได้ โดยที่เจ้าของธุรกิจจะจ่ายค่าบริการในราคาที่ประหยัด แต่ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบและใช้ทรัพยากรร่วมกันกับเว็บไซต์อื่น ๆ คุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เอง อย่างระบบความจำ RAM และ ROM ของเครื่อง ทำให้ภาพรวมแล้วเป็นการลงทุนที่ต่ำเทียบกับการเรียนรู้ระบบต่าง ๆ ของการซื้อขายออนไลน์

แต่ต้องเจอกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อยก็คือ ปัญหาเว็บไซต์ล่ม เนื่องจากในบางช่วง เช่น 17.00 น. ถึง 21.00 น.เป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงานมักเข้ามาในเว็บไซต์พร้อม ๆ กันเพื่อช้อปปิ้งออนไลน์ นอกจากนี้ ยังอาจจะเสี่ยงต่อปัญหาการโจรกรรมข้อมูลได้ เพราะระบบความปลอดภัยจะต่ำกว่า Private hosting

Private Hosting

จะเป็นบริการแบบส่วนตัวเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการรักษาความลับของบริษัทตัวเอง และรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าให้มากที่สุด อาจมีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตหรือประวัติลูกค้าที่ไม่ต้องการให้เว็บไซต์อื่น ๆ ที่อาจจะเป็นของคู่แข่งนั้นเข้ามาดึงข้อมูลไปได้ แต่ก็จะมีราคาค่าบริการแพงกว่าแบบแรก

นอกจากนี้ หากเลือกใช้บริการ private hosting ก็จะไม่มีการแบ่งปันข้อมูลระบบความจำและทรัพยากรคอมพิวเตอร์กับเว็บไซต์อื่น ๆ จึงไม่มีปัญหาเว็บไซต์ล่มให้กังวลใจแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การเลือก web hosting สำคัญต่อธุรกิจของคุณอย่างมาก เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ทุกท่านพิจารณาเลือกใช้บริการจาก Web hosting ที่มีคุณภาพและเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

เลือก web hosting แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจ

Hosting มีกี่แบบ สำคัญอย่างไรที่ต้องเลือก

Hosting มีกี่แบบ สำคัญอย่างไรที่ต้องเลือก

Hosting เป็นบริการเช่าพื้นที่เพื่อขายของหรือประชาสัมพันธ์บริการต่าง ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต พร้อมระบบบริหารจัดการที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปแล้ว Hosting มี 4 แบบ ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับธุรกิจแต่ละประเภท ผู้เป็นเจ้าของกิจการออนไลน์จึงควรรู้ถึงความแตกต่างและเลือกให้เหมาะสมกับแนวทางธุรกิจที่ทำมากที่สุด จึงงจะทำให้ตอบโจทย์ธุรกิจได้คุ้มค่า

บริการเว็บ Hosting แยกจุดเด่นตามประเภทต่าง ๆ ได้ ดังนี้

Shared Hosting

เป็น Hosting แบบพื้นฐานหรือขั้นมาตรฐานสำหรับเว็บไซต์ทั่วไปได้ทุกหมวดธุรกิจ ซึ่งจะมีราคาค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดต่อเดือน เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องการลดต้นทุนธุรกิจ แต่ก็ต้องเสี่ยงประสบปัญหาบางช่วง หากมีการแย่งชิงทรัพยากรส่วนกลางของระบบ server โดยมักเป็นช่วงเย็นที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงจากกลุ่มลูกค้าของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ใช้บริการของ Hosting รายเดียวกัน

VPS Hosting

เป็นระบบการเช่าพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูงกว่าแบบแรก มีสัดส่วนของการจัดสรรทรัพยากรในระบบ server ดีขึ้นเพื่ออุดปัญหารูโหว่จากลูกค้าที่เชื่อมโยงพร้อมกัน อันอาจทำให้เว็บไซต์ล่มได้ นับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจทำเว็บไซต์มือใหม่ ที่ต้องการทดลองตลาดและไม่อยากให้ผู้ใช้งานไม่ประทับใจเรื่องเว็บไซต์ล่ม

Dedicated Server

เป็นบริการ hosting ที่รองรับเหมาะกับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ สำหรับการใช้ทรัพยากรใน server ทั้งหมดเพียงรายเดียว แบรนด์ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยและเน้นการปรับแต่งโครงสร้างภายในได้อย่างอิสระให้ไม่เหมือนใคร ต้องเลือกแบบนี้ ที่สำคัญคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาเว็บไซต์ล่มจากการถูกเว็บไซต์อื่นแย่งพื้นที่ทรัพยากรแน่นอน

Reseller Hosting

เป็น hosting สำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจเช่าพื้นที่แล้วขายต่อเพื่อให้ลูกค้าที่ทำเว็บไซต์อื่น ๆ อาจจะจำหน่ายให้แก่ลูกค้าหลายเจ้า หรือเป็นลูกค้ารายเดียวที่มีการทำเว็บไซต์สินค้าหลากหลายประเภท ที่ต้องการใช้บริการ server ของ hosting เดียวกัน เพื่อการบริหารจัดการที่ง่ายและสะดวกขึ้น

Hosting จัดได้ว่าเป็นเป็นบริการทางธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงในปัจจุบัน เพราะการขายสินค้าทางระบบออนไลน์ การเพิ่มความทันสมัยและเสริมความเชื่อมั่นในแบรนด์ การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย ต่างนิยมทำผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ร้านค้าที่ต้องมีการแข่งขันกันในการทำ SEO ก็ต้องการสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า หากเลือกใช้บริการ hosting ที่มีปัญหาเว็บไซต์ล่มบ่อย หรือใช้เวลาดาวน์โหลดข้อมูลนาน ระบบมีความผิดพลาดในรูปแบบต่าง ๆ ก็จะส่งผลต่อความประทับใจของลูกค้าในเว็บไซต์นั้นได้

ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกใช้บริการ Hosting จึงต้องศึกษาผลการรีวิวและเปรียบเทียบราคาเพื่อความคุ้มค่าด้วย เราหวังว่าแนวทางที่ให้ไว้จะเป็นทั้งความรู้และเป็นช่องทางที่ช่วยให้ผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์นำไปต่อยอดได้ดียิ่งขึ้น

บริการเว็บ Hosting แยกจุดเด่นตามประเภทต่าง ๆ

Hosting มีอะไรน่าสนใจที่คนทำ SEO ต้องรู้

Hosting มีอะไรน่าสนใจที่คนทำ SEO ต้องรู้

Hosting เป็นบริการให้เช่าพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจเว็บไซต์ออนไลน์ ที่จะมีระบบบริหารจัดการ การสำรองข้อมูลสินค้าและลูกค้า มีระบบอีเมล และโปรแกรมเมอร์ที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาให้ตลอดเวลาหาก Server มีความขัดข้องต่าง ๆ

การเลือก Web hosting สำคัญต่อการทำเว็บไซต์ SEO เนื่องจากหากเลือกไม่เหมาะกับประเภทหรือขนาดธุรกิจที่ต้องการขนาดพื้นที่ ความปลอดภัย ฯลฯ ที่ต่างกัน ก็อาจประสบปัญหา เช่น มีการดึงทรัพยากรของเครื่องระหว่างเว็บไซต์ของคุณและกับธุรกิจอื่นที่ใช้งานผ่าน hosting เดียวกัน จึงตามมาด้วยปัญหา Error หรือการอัปโหลดข้อมูลล่าช้า จนทำให้ผู้บริโภคไม่ประทับใจในการใช้งานและเปลี่ยนไปสั่งซื้อสินค้าและบริการจากเว็บไซต์เจ้าอื่น

การเลือก Hosting จึงต้องทราบความแตกต่างตามประเภท ดังนี้

Shared hosting

ถือว่าเป็น Hosting ที่ราคาถูกที่สุด เนื่องจากทุกเว็บไซต์จะต้องแบ่งปันทรัพยากรของระบบ server ร่วมกัน จึงเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ขนาดเล็กหรือเป็นมือใหม่ที่ต้องการทดลองตลาด

ปัญหาที่พบบ่อย คือ อาจมี Error ได้ในช่วงที่มี traffic สูง ระบบไม่ค่อยเสถียร รูปแบบของเว็บไซต์ที่เรียบง่าย อาจไม่ค่อยดึงดูดใจผู้ใช้งานนัก เพราะเป็นรูปแบบที่สอดคล้องกับการใช้งานของเว็บไซต์ทั่วไป

VPS hosting

เป็นเว็บไซต์เป็นบริการที่มีการแยกส่วนของ Server ชัดเจนขึ้น มีการสำรองและแยกพื้นที่ทรัพยากรในเครื่อง ระบบหน่วยความจุ CPU ระบบ RAM ทำงานได้เสถียรแม้มีผู้ใช้งานเว็บไซต์พร้อมกันมาก ๆ

ทั้งมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงกว่าแบบแรก ป้องกันการแฮกข้อมูลหรือการติดมัลแวร์ได้ดียิ่งขึ้น และยังลดความเสี่ยงที่เว็บไซต์ของคุณจะถูกติดร่างแหการถูกแบนได้ ยกตัวอย่าง หากใช้ Shared hosting เมื่อระบบอัลกอริทึมคิดว่าเป็น spam mail กรณีที่เพื่อนผู้ร่วมใช้บริการของ share hosting ทำการส่งสแปมอีเมลที่รบกวนผู้อ่าน เว็บไซต์ที่ร่วมใช้ใน Shared hosting เดียวกันก็อาจจะมีผลกระทบไปด้วย แต่ถ้าใช้ VPS hosting แล้ว จะไม่เกิดปัญหานี้

Dedicated server

Dedicated เป็นบริการ hosting แบบพรีเมี่ยม ที่ผู้เช่าได้ใช้ทรัพยากรทั้งหมดของ Server เพียงรายเดียว ได้พื้นที่หน่วยความจำและระบบปฏิบัติการขั้นสูงที่ทำงานได้อย่างเป็นเอกเทศ จึงช่วยเสริมความเสถียรภาพในการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง

มีระบบรักษาความปลอดภัยที่สูงเหมาะกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม ธุรกิจเครือข่ายร้านอาหาร ฯลฯ หรือองค์กรที่ต้องการรักษาความลับของธุรกิจและลูกค้าอย่างสูง แต่ขณะเดียวกัน ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากตามมาด้วย

จะเห็นได้ว่า การเลือก Hosting ที่เหมาะกับธุรกิจเว็บไซต์ออนไลน์เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อควบคุมทั้งค่าใช้จ่ายและการทำให้ธุรกิจราบรื่นขึ้น ส่งผลต่อความประทับใจในการใช้งานของลูกค้าเป้าหมายตลอดเวลา

หากคุณกำลังทำเว็บไซต์ SEO จึงต้องสนใจศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการใช้งานให้ดี เพื่อให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถที่จะเปลี่ยนบริษัท hosting ได้ในภายหลังหากพบปัญหาที่แก้ไขได้ยาก หรือปรับเปลี่ยนอัปเกรดตามการเติบโตของธุรกิจ

การเลือก Hosting จึงต้องทราบความแตกต่างตามประเภท

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Hosting ผู้ที่ทำเว็บไซต์ควรรู้

บริการ web hosting ที่คนทำเว็บไซต์ควรรู้จัก

ผู้ที่ทำเว็บไซต์จะต้องรู้จัก web hosting เพราะเป็นการเช่าพื้นที่เพื่อการเก็บรักษาข้อมูลในระบบออนไลน์ ซึ่งจะมีผู้บริหารจัดการระบบหลังบ้านที่ชำนาญตอบโจทย์ธุรกิจในแต่ละระดับ

การเลือก Hosting ที่ดี ยังส่งผลต่อการเพิ่มอันดับ SEO ตามระบบที่ Google กำหนด และกระทบต่อความประทับใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจได้ด้วย

บริการ web hosting ที่คนทำเว็บไซต์ควรรู้จักมีดังนี้

1. Shared hosting

เป็นระบบที่ผู้เช่าแต่ละรายต้องมีการแบ่งปันทรัพยากรบนระบบคอมพิวเตอร์ร่วมกัน เพราะผู้เช่าจะมี เซิร์ฟเวอร์ 1 เครื่อง กรณีนี้มีข้อดี คือราคาค่าบริการถูกที่สุด เหมาะกับธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำไปได้ยาวนานเพียงใด และบริษัทที่ต้องการควบคุมต้นทุนในระยะแรก แต่ก็มีปัญหาที่ตามมาคือ หากมีเว็บไซต์ใดมีผู้เข้าไปใช้งานในปริมาณมากกว่า จะทำให้เว็บไซต์อื่นที่เช่าพื้นที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน ก็อาจพากันทำให้เว็บไซต์ล่มไปด้วย

2. Cloud hosting

Cloud hosting เป็นการเช่าพื้นที่ของ Server ร่วมกัน แต่จะมีการเก็บข้อมูลไว้แบบระบบ Cloud ซึ่งจะมีขนาดพื้นที่กว้างกว่า เปรียบได้กับโกดังใส่ของที่กว้างกว่าหลายเท่าตัว โอกาสที่จะทำให้เกิดการ Error หรือว่าระบบ Download ข้อมูลต่าง ๆ แฮงก์ก็จะน้อยลง ทั้งนี้ระบบ Cloud hosting อาจจะมีชื่อเรียกว่า Cloud vps ก็ได้ ซึ่งผู้ที่ใช้บริการ Cloud vps จะสามารถบริหารจัดการส่วนงานหลังบ้าน ประหนึ่งเป็นผู้จัดการดูแลเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วย

3. wordpress hosting

เป็นระบบที่มีการใช้พื้นที่ร่วมกันแต่เน้นการใช้โปรแกรม wordpress สำหรับพัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับระบบ SEO ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ซึ่งระบบ wordpress hosting กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากช่วยประหยัดระยะเวลาบริหารจัดการของผู้ดูแลเว็บไซต์ และให้การปรับแต่งค่าต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้ด้วย

4. Dedicated Server

เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องที่มีผู้เข้าชมใช้บริการหลักแสนต่อเดือน จะสามารถใช้บริการ server ได้อย่างเต็มที่รายเดียว ไม่มีการแบ่งปันทรัพยากรเครื่องกับผู้เช่ารายอื่นอย่าง 3 แบบข้างต้นที่กล่าวมา อีกทั้งยังมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสูง มีผู้ที่ช่วยดูแลงานหลังบ้านอย่างเป็นมืออาชีพมากที่สุด

จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้บริการ hosting ต้องพิจารณาให้ดี เพราะถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน แนะนำให้พิจารณาด้านประสิทธิภาพการทำงานจากการรีวิวของผู้ใช้งานรายอื่น ที่ควรมีการให้บริการลูกค้ารายใหญ่ที่มีชื่อเสียง จึงจะมั่นใจได้มากขึ้น รวมถึงการคิดค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม เพราะค่าเช่า hosting เป็นสิ่งที่คุณจะต้องจ่ายเป็นประจำตลอดการทำธุรกิจออนไลน์ หากเลือกที่มีคุณภาพที่สูงกว่าจำเป็น ก็ทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป จะมีอัตราส่วนของกำไรที่น้อยลงไปด้วย

Dedicated Server

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ควรรู้

Hosting สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่

การเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เป็นช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มรายได้และขยายแบรนด์ร้านค้าหรือองค์กรให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวลารวดเร็วได้

ทั้งนี้ผู้ที่อยากทำเว็บไซต์ควรรู้จักกับคำว่า hosting ซึ่งเปรียบเทียบได้กับพื้นที่ให้เช่าเพื่อการขายสินค้าในตลาดนัด ซึ่งในโลกออนไลน์มีบริษัทเอกชนพร้อมให้บริการอยู่หลากหลายประเภท มีการดูแล Server และระบบปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูล การซื้อขาย การอัปโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของแต่ละเว็บไซต์เป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

Hosting สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. Shared Hosting

เป็นแบบที่เหมาะกับเว็บไซต์ทั่วไป เช่น เว็บไซต์ขายของออนไลน์ในระยะเริ่มต้น เว็บไซต์เพื่อการโปรโมทโรงแรมที่พักอาศัย ซึ่งจะมีการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันระหว่างเว็บไซต์ออนไลน์หลายๆเจ้า อาจมีช่วงเวลาในการดาวน์โหลดข้อมูลนานถ้ามีผู้ใช้บริการพร้อมกันมาก ๆ แต่ก็นับว่าเป็น hosting ที่ราคาประหยัดที่สุด

2. VPS Hosting

เหมาะกับร้านค้าธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการบริการเสริม เช่น การติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อการบริหารจัดการเว็บไซต์เพิ่มเติมได้หลากหลายกว่าแบบ shared hosting มีการขยาย Bandwidth เพิ่มจึงลดปัญหาเว็บไซต์ล่มจากการแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ด้วย

3. Dedicated server

Hosting แบบนี้จะมีการจัดการพื้นที่ Server สำหรับแต่ละเว็บไซต์แยกจากกัน โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญเชิงระบบช่วยดูแลอยู่ตลอดเวลา เหมาะกับบริษัทองค์กรที่มีขนาดใหญ่ที่ต้องการรักษาความลับของบริษัทและลูกค้าสูง เน้นความเสถียรในการใช้งานและไม่ต้องการเปลี่ยน hosting บ่อย ๆ

4. Reseller Hosting

เป็นช่องทางการต่อยอดรายได้ สำหรับให้ผู้ที่เช่าทำเว็บไซต์ไป ปรับแต่งพื้นที่เพื่อการปล่อยเช่าต่อ เปรียบได้กับการเป็นพ่อค้าคนกลางในโลกออนไลน์ ที่สามารถสร้างรายได้จากพื้นที่จัดสรร ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีธุรกิจหลากหลายแบบที่ต้องการแยกเว็บไซต์แต่ละประเภทออกจากกัน แต่สามารถที่จะดูแลได้ง่ายอย่างเป็นระบบเดียวกันในทุกเว็บไซต์ เช่น เว็บขายสินค้าเพื่อสุขภาพ โรงแรม อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น

ทั้งนี้ กูรูด้านการตลาดแนะนำว่า การเลือก hosting ต้องรีวิวความน่าเชื่อถือจากลูกค้ารายก่อน ๆ และเช็คว่าเป็นบริษัทที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนค่าใช้จ่ายของการเช่า hosting ไม่ควรเกิน 1,500 บาทในแต่ละเดือน ทั้งยังต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดกิจการที่ทำ หากเลือกแบบที่มีค่าใช้จ่ายสูง ก็จะทำให้คุณมีต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นภาระในระยะยาวด้วย

จะเห็นได้ว่าการเลือก hosting เป็นสิ่งที่ผู้ทำเว็บไซต์ต้องเรียนรู้และเลือกให้เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้อาจเลือกแบบพื้นฐานแล้วค่อยขยับตามค่าสถิติในการใช้งานที่เพิ่มขึ้น หรือเปลี่ยน hosting เมื่อมีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ จะทำให้ลดความสิ้นเปลืองต้นทุนทางธุรกิจลงได้ในระยะยาวด้วย

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ควรรู้

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้

Hosting คืออะไร คนทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้

web hosting เป็นผู้ให้บริการเอกชนสำหรับนักธุรกิจออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีพื้นที่ทำเว็บไซต์ ซึ่งจะมีการคิดค่าบริการเช่าพื้นที่รายเดือน โดยจะมีส่วนของสิทธิประโยชน์พื้นฐานต่างๆ ได้แก่

1. มีบริการเซิร์ฟเวอร์ ที่ทำหน้าที่ในการเก็บและส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ โดยจะมีการใช้งานซอฟต์แวร์ที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น Apache Nginx Webserver และ IIS Webserver เป็นต้น

2. บริการฐานข้อมูล หรือ database เช่น ระบบ MySQL Database และ SQL SERVER เป็นต้น

3. ให้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ในระบบโดยส่งผ่านระบบ ftp หรือ file Transfer protocol

4. มีระบบการรับส่งอีเมลภายใต้ชื่อของระบบ hosting เพื่อดูแลงานด้านหลังบ้าน

องค์ประกอบที่กล่าวมาทั้ง 4 ส่วนนี้ เป็นสิ่งที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับเมื่อเช่า Hosting แต่จะมีความราบรื่นในการใช้งานแตกต่างกันตามชนิด Hosting ที่เลือก เช่น

1. Shared Hosting

เป็นการแชร์ Server ร่วมกันระหว่างหลาย ๆ เว็บไซต์จึงทำให้อาจจะมีการใช้งาน Server ช้าในบางช่วง เพราะมีการแย่งทรัพยากรในระบบพร้อมกัน จึงเสี่ยงต่อการมีปัญหาเว็บล่มได้ แต่ก็มีข้อดีคือ มีค่าใช้บริการประหยัดที่สุดและใช้งานได้ง่ายที่สุด เหมาะกับนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่หรือทำการค้าออนไลน์ในระยะแรก ๆ

2. VPS hosting

ทางบริษัทจะมีการจำลองระบบเสมือนแยกออกมาจากเซิร์ฟเวอร์ 1 ชุด เพื่อแชร์ข้อมูลร่วมกันระหว่างเว็บไซต์เพียงแค่บางส่วน จะลดความเสี่ยงต่อการทำให้เว็บไซต์ล่มได้มากขึ้น ระบบจะมีความเสถียรในการทำงานมากขึ้น แต่ก็ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ที่เลือก VPS hosting มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าแบบ Shared Hosting เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางหรือผู้ที่ประสบปัญหาเว็บไซต์ล่มง่ายจากการใช้บริการ Shared Hosting

3. Dedicated Hosting

เป็นระบบที่ไม่มีการแบ่งปันข้อมูลกับเว็บไซต์อื่น เรียกได้ว่าจะมีความเสถียรภาพสูงที่สุด กรณีที่จะมีปัญหามักเกิดจากส่วนของ hardware ที่นับได้ว่ามีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก ที่สำคัญคือ สามารถทำงานเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตที่มีความไวสูงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรียกว่า Dedicated Hosting เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็เป็นแบบที่มีราคาค่าบริการแพงที่สุดด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ว่า นอกจากผู้ทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องทำความเข้าใจในเรื่องของสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการศึกษาเทคนิค SEO เพื่อให้เว็บไซต์มีอันดับอยู่ในหน้าต่างการสืบค้นที่ดีและเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์แล้ว ยังต้องเลือก hosting ที่ให้บริการสัมพันธ์กับธุรกิจที่ทำ เพื่อให้มีความราบรื่นในการดูแลข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์และทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีความประทับใจในการใช้งานเสมอ ไม่ประสบปัญหาเว็บล่มหรือมีการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ล่าช้า จึงจะทำให้ธุรกิจออนไลน์สามารถเติบโตได้ต่อไป

web hosting เป็นผู้ให้บริการเอกชน