ทำไม SEO Hosting ถึงมีพื้นที่ให้ใช้น้อยกว่าปกติ

SEO Hosting คืออะไร

ถ้าเป็นคนทำเว็บทั่วๆไปที่ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก อาจจะมองไม่เห็นข้อนี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าเราคิดจะเป็นมืออาชีพในการทำ SEO นี่ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย ในการเลือกใช้บริการ SEO Hosting เราจำเป็นต้องเลือกดูให้ดีโดยเฉพาะเรื่องของพวก Bandwidth และพื้นที่ใช้สอยที่จะมีให้ให้แต่ละ IP Class ที่เราเช่า ไหนๆก็พูดแล้ว ถือโอกาสสรุปแบบย่อให้มือใหม่ที่ยังแยกไม่ออกระหว่าง Hosting ทั่วไปและ SEO Hosting กันสักหน่อยแล้วกัน เนื่องจากหลังๆมานี้มีคนใหม่ที่พึ่งศึกษา SEO ถามมาเยอะพอสมควรว่ามันต่างกันยังไง แล้วเราดูที่ตรงไหนถึงจะเรียกว่า SEO Hosting

อธิบายให้เข้าใจเพิ่มเติม คือ ไม่ว่าจะเป็น Hosting ปกติที่มีให้เช่า หรือ SEO Hosting ก็ตาม ทั้งสองอย่างนี้จะมีหลักการทำงานเหมือนกัน มีระบบจัดการเหมือนกันได้ทั้งหมด ทำงานภายใต้เครื่องคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกัน ( ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงานเป็นโฮสว่าเครื่องเซิฟเวอร์ ) จุดต่างระหว่างโฮสติ้งปกติกับเอสอีโอโฮสติ้ง คือ เอสอีโอโฮสติ้ง มักจะมีพื้นที่ให้ใช้ในแต่ละ IP น้อยมาก เหตุเป็นเพราะว่าจะต้องมี IP Class ที่ต่างกันออกไป เราจึงจะเรียกว่า SEO Hosting เพราะหลักการทำอันดับของเว็บไซต์ในเรื่องของ Backlinks การจะให้เว็บไซต์มีอันดับที่ดีได้ ควรจะมีลิงค์ย้อนกลับมาจากโดเมนที่ต่างกันและควรจะต่าง IP Class กันไปด้วยนั่นเอง ซึ่งการที่ต้องใช้โฮสที่ต่าง IP กันจำนวนมาก จะมีต้นทุนที่สูงกว่าการเช่าโฮสติ้งเพียงไอพีเดียวและใส่ยัดเข้าไปหลายโดเมนในโฮสไอพีเดียว ซึ่งถ้าแบบยัดทุกโดเมนเข้าโฮสไอพีเดียวกันหมด จะไม่ส่งผลดีในทาง SEO สักเท่าไหร่เลย

เมื่อต้นทุนสูงขึ้น แต่ผู้ใช้งานต้องการราคาถูก จึงมีการจัดการออกแบบให้โฮสติ้งแต่ละไอพีมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่น้อยลง รวมไปถึงปริมาณรับส่งข้อมูลก็น้อยลงด้วย ส่วนใหญ่แล้วโดเมนที่เอามาสร้างเป็นเว็บไซต์บน SEO Hosting ก็ไม่ได้ต้องการเน้นปริมาณผู้ใช้งานมากมายอยู่แล้ว เอาไว้แค่เป็นแหล่งส่งลิงค์เฉยๆ แบบนี้ผู้ให้บริการ SEO Hosting ก็จะมีต้นทุนที่ต่ำลง เพราะสามารถเอาพื้นที่และ Bandwidth ไปแบ่งพื้นที่ให้ผู้อื่นเช่าเพิ่มได้ ราคาค่าบริการก็จะถูกลงนั่นเอง นี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่โฮสสำหรับทำ SEO โดยเฉพาะจะมีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าปกติ

ระวังโดนยิงเว็บจน Bandwidth หมด เว็บจะล่มได้

สิ่งที่ต้องระวังในการใช้ SEO Hosting คือ เราต้องหมั่นตรวจเช็คดูแลเว็บของเราให้เลี่ยงจากการโดนยิง หากเจอ DDos Attack เข้ามาเยอะๆในโดเมนที่เช่าโฮสติ้งเอสอีโอ เว็บอาจจะล่มได้ง่าย เหตุเพราะแบนด์วิธของเว็บเรามีจำกัด น้อยกว่าปกติมาก หลายผู้ให้บริการหากเว็บเราโดนยิงเข้ามาก็จะช่วยขยายแบนด์วิธให้ชั่วคราวในโดเมนนั้นๆ หรือดำเนินการป้องกันให้ แต่บางผู้ให้บริการก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่ขยายแบนด์วิธเพิ่มให้ กลายเว็บเช่าโฮสแล้วเว็บล่มซะงั้น จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับมือใหม่ที่แก้ปัญหาเว็บโดนยิงไม่เก่ง เราควรหาผู้ให้บริการ SEO Hosting ที่บริการดีและมีฝีมือสักหน่อย เพื่อกันปัญหาโดนยิงที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่ที่จะโดนกันก็จะเป็นเพราะโดเมนที่นำมาสร้างเน็ตเวิร์คเคยสแปมลิงค์ไว้เยอะ มีบอทเข้ามาเยอะเกิน หรือเป็นโดเมนราคาสูง อาจมีคนหมั่นไส้เราที่ไปประมูลชนะมาก็เป็นได้ ถ้าเป็นโดเมนกลางๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ส่วนใหญ่จะไม่โดน

สรุปแล้ว SEO Hosting ก็เปรียบเหมือนการที่เช่าโฮสติ้งหลายๆผู้ให้บริการที่มี IP แตกต่างกันนั่นแหละ แต่เว็บที่ให้บริการ SEO Hosting โดยตรงจะลดความยุ่งยากในการที่เราต้องไปหาสมัครใช้บริการแต่ละเจ้าที่มี IP Class ต่างกัน ซึ่งจะลำบากมากในการจัดการดูแล หากทำเน็ตเวิร์คหลายโดเมนก็ควรเช่า SEO Hosting โดยตรงเพราะดูและง่ายและราคาจะถูกกว่าเมื่อเทียบการการเช่าหลายผู้ให้บริการโฮสติ้งในจำนวน IP ที่เท่ากัน แต่ก่อนเช่าก็ต้องดูว่าบริการดีไหมและมีฝีมือดูแลหรือปล่าวด้วยล่ะ